หนังสือ "กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ" พิมพ์ครั้งที่ 4

โดย เทพ รุ่งธนาภิรมย์

มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศแล้วนะครับ ^^

 

 

'คู่มือบริหารเงิน 2 ตอน สติปัญญาด้านการเงิน'

 

ในเล่มนี้ เราจะมาสำรวจเกี่ยวกับ "สติปัญญาด้านการเงิน" กันว่าคืออะไร?

และจะสามารถเพิ่มพูนขึ้นได้อย่างไร? เป็นการต่อยอดจากคู่มือบริหารเงินเล่มที่แล้ว

ด้วยการมองภาพรวม และเจาะลึกรายละเอียด พื้นฐานการเงินทั้ง 4 ประการ (หา, ออม, จ่าย, และลงทุน) ให้มากยิ่งขึ้น

 

โปรดระวังให้ดี (เช่นเคย) !!! กับหน้าปกหนังสือที่มีให้เลือก 2 แบบ ปกมาตรฐานรูป portrait อันดา

และปกพิเศษรูป portrait เอิร์น เนื้อหาข้างในเหมือนกันทุกประการ


'คู่มือบริหารเงิน 2 ตอน สติปัญญาด้านการเงิน' เริ่มวางจำหน่ายวันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2011 เป็นต้นไป

ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ (เริ่มจากซีเอ็ดก่อนแล้วจึงทยอยวางตามร้านอื่นๆ)

 


ขอบคุณครับ ^^

ทีมงาน EARN concept

 

/node/1117

"คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ (6) แกะรอยหุ้นเด่น"

งานเขียนเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นสไตล์ห่านทองคำ

เล่มล่าสุดของ เทพ รุ่งธนาภิรมย์

ผลงานลำดับที่ 6 ของซีรี่ส์ คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ

จัดพิมพ์โดยสำนักเอิร์นคอนเซ็ปต์

 

"คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ (6) แกะรอยหุ้นเด่น" จะเริ่มวางจำหน่าย

ตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2011 เป็นต้นไป

โดย SE-ED Book Center และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศครับ

 

ในตอนที่แล้วสัญญาว่าจะ กลับมาพูดถึงเรื่อง Earnings Yield หรืออัตรากำไรต่อหุ้น กัน ก็มาว่ากันเลยดีกว่าครับ ^^

Earnings Yield หรือส่วนกลับของ PE Ratio (P/E)

คำนวณได้จาก Earnings/Price (E/P)
สำหรับ Earnings ที่ประกาศออกมาแล้ว ผมขออนุญาตใช้สัญลักษณ์ว่า E0
แต่ถ้าเป็น Earnings ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีต่อๆ ไปเป็นปีที่ 1, 2, 3…ก็จะขอใช้สัญลักษณ์เป็น E1, E2, E3… ตามลำดับละกันนะครับ

 

 

คราวนี้ที่มาของ E1, E2, E3 ถ้าจำความจากบทความที่แล้วได้ >>> http://www.earnconcept.com/node/846

E1, E2, E3 ที่พูดถึงนี้จะมาจากการคาดการณ์การเติบโต (Growth) หรือ g ในแต่ละปี ซึ่งขอใช้สัญลักษณ์อีกชุดหนึ่งว่า  g1, g2, g3 สำหรับอัตราการเติบโต (%) ในปีที่ 1,2,3…ตามลำดับ  เช่นนั้นก็จะสามารถแสดงการคำนวณได้ดังนี้;

 
E1 = E0(1+g1)
E2 = E1(1+g2)
E3 = E2(1+g3)

 

ที่อธิบายมาทั้งหมดก็เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่า Earnings Yield สำหรับหุ้นใดๆก็ตามจะเปลี่ยนไปตามผลกำไร  ที่เกิดขึ้นในปีต่างๆ สำหรับในแง่นักลงทุนนั้นหลังจากทำการบ้านหา E1, E2, E3 ได้แล้วก็ลองมาคำนวณดูว่าราคาหุ้นที่ระดับไหนจึงน่าสนใจเข้าลงทุน เช่น ถ้าได้ว่า E1 จะออกมาที่ 6.75 บาทต่อหุ้น และ ต้องการอัตรากำไรต่อหุ้นที่ 15% ระดับที่ควรเข้าซื้อก็คือ 6.75/0.15 = 45 ยิ่งถ้า E2 ออกมาที่ 7.25 บาทต่อหุ้น หุ้นที่ซื้อไว้ ก็จะให้อัตรากำไรต่อหุ้นที่  7.25/45 =16% ดีเข้าไปอีก!!  แต่ก็ต้องคอยติดตามดูว่า E3 จะออกมาเป็นเช่นไร หุ้นที่ควรมี Earnings ที่เป็นแนวโน้มขาขึ้นหรือไม่ก็ค่อนข้างคงที่ในระดับหนึ่ง

ดูเผินๆการเลือกหุ้นและระดับที่น่าเข้าลงทุนในหุ้นผ่านอัตรากำไรต่อหุ้นหรือ Earnings Yield นั้นคล้ายๆกับ Dividend Yield

 

จริงๆแล้ว Dividend Yield นั้นมาจาก Earnings Yield คูณกับอัตราการจ่ายปันผล (Dividend Payout Ratio, p) ของบริษัทนั้นๆนั่นเอง ดังนี้ DY = EY x p
Earnings Yield นั้นสามารถนำไปพลิกแพลงในการมองหุ้นหรือแม้กระทั่งตลาดหุ้นโดยรวมได้อีกมากมาย ในตอนหน้าจะมาต่อกันครับ

 

ธนวัฒน์ รุ่งธนาภิรมย์

The Wealth Strategy

05.07.11

*หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของคอลัมนิสต์เท่านั้น ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความและการลงทุน

หนังสือ EARN concept เคล็ดลับความมั่งคั่ง

พิมพ์ครั้งที่ 3 ฉบับปรับปรุงใหม่

 

เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2011 เป็นต้นไป

สิ่งที่เปลี่ยนไปมากๆ ของ Edition 3 นี้ นอกจากหน้าปก, ขนาดรูปเล่ม, และภาพเพิ่มเติมภายในเล่มแล้ว

ก็คือ ช่องคำพูดภายในเล่ม มีการใช้ font ตัวพิมพ์แทนที่จะเป็นลายมือ

ดังนั้น Edition 1 และ 2 ที่เขียนด้วยลายมือ จะกลายเป็น Classic Edition

ที่จะไม่มีการพิมพ์ซ้ำอีกต่อไป

 

ขอบคุณครับ,

ทีมงาน EARN concept

 

 

"คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ (5) เจาะลึกตลาดหุ้น"

งานเขียนเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นสไตล์ห่านทองคำ

เล่มล่าสุดของ เทพ รุ่งธนาภิรมย์

ผลงานลำดับที่ 5 ของซีรี่ส์ คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ 

จัดพิมพ์โดยสำนักเอิร์นคอนเซ็ปต์

 

"คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ (5) เจาะลึกตลาดหุ้น" จะเริ่มวางจำหน่าย

ตั้งแต่ วันอังคารที่ 15 มีนาคม 2011 เป็นต้นไป

โดย SE-ED Book Center และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศครับ

 

สวัสดีครับ ใกล้จะถึงปีใหม่เข้าไปทุกทีแล้วนะครับ

ปีนี้ เพื่อนๆ ตั้งใจที่จะฉลองปีใหม่กับคนที่เรารักอย่างไรกันบ้าง?


เส้นทางนักเขียนตอนที่ 3 นี้ ผมก็จะขอเล่าเรื่องราวต่อจากตอนที่แล้ว

ที่ได้ใช้เวลา 1 ปีในการค้นหาว่าตนเอง อยากที่จะทำอะไร...


ในช่วงเวลาที่กำลังค้นหาอยู่นั้นเอง มันมีกระแสของเกมกระดานเกมหนึ่ง ที่ชื่อว่า

เกมหมากล้อม หรือ โกะ (Go) กำลังมาแรงมากๆ ผมเองก็พลอยสนใจ

อยากเล่นไปด้วย จึงพยายามเริ่มศึกษาด้วยตนเองโดยการ

หาหนังสืออ่าน ยิ่งอ่านไปก็ยิ่งรู้สึกสนุก และอยากจะลองเล่นจริง

แต่จำได้ว่า หาคนเล่นด้วยยากทีเดียว พอได้ยินว่าสามารถเล่น online ได้

ก็ลองอยู่สักพัก แต่เนื่องจากสมัยนั้น net ช้า เลยไม่ค่อยสนุก


ประสบการณ์ส่วนใหญ่ของผมเกี่ยวกับหมากล้อมจึงค่อนข้างที่จะ

อยู่ในหนังสือ แต่แม้กระนั้น ก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากเกมกระดานสุดมหัศจรรย์นี้


โกะ เป็นเกมที่ผู้เล่นทั้งสองฝ่าย ผลัดกันวางหมากคนละหนึ่งหมากไปเรื่อยๆ (ดำ VS. ขาว)

สุดท้ายผู้ชนะคือผู้ที่สามารถครอบครองพื้นที่ว่าง ได้มากกว่าอีกฝ่าย

ง่ายแค่นั้นเอง...

แต่...

เกมที่ดูเหมือนง่ายๆ เช่นนี้ ได้แฝงไว้ด้วยกลยุทธ์มหาศาลนับไม่ถ้วน ในกระดานๆ หนึ่ง

เนื่องจากแต่ละฝ่าย ได้รับทรัพยากรจำนวนเท่าๆ กัน (คือ การวางหมากได้ครั้งละ 1 หมาก)

ดังนั้นผู้ที่สามารถวางแต่ละหมากให้เกิดประสิทธิภาพ (Efficiency) สูงกว่าอีกฝ่าย

ย่อมเป็นผู้ชนะในที่สุด...


กลยุทธ์นับไม่ถ้วนที่เกิดขึ้นระหว่างเกมนี่ล่ะครับ ที่ผมคิดว่ามันช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก

เพราะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการวางแผนชีวิตได้อย่างดีเยี่ยม

ยกตัวอย่างเช่น...


หัวข้อที่ 22 ในคู่มือบริหารใจของผมก็ได้แนวคิดมาจากเกมหมากล้อม

นั่นคือ ทางเลือกที่ดี คือทางเลือกที่ไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อยก็ดีทั้งนั้น


ผู้ที่ได้เปรียบในเกมโกะคือ ผู้ที่มีทางเลือกมากกว่าคู่ต่อสู้ ในขณะที่ถูกบีบ

ให้เข้าสู่ทางตัน ถ้ามีทางเลือกมากกว่าย่อมไม่เสียเปรียบง่ายๆ

จึงเป็นที่มาของการเลือกในทางเลือกที่จะส่งผลดีทั้งสองทาง

เนื่องจากหลายๆ ครั้งเราไม่สามารถควบคุมผลที่จะออกมาได้

การสร้างทางเลือกให้ตนเองจึงเป็นเรื่องที่ดี...


แนวคิดนี้นอกจากจะช่วยในการวางแผนชีวิตแล้ว ยังช่วยให้

มีสติปัญญาในการวางแผนการลงทุนอีกด้วย เช่น ในช่วงที่หุ้นขึ้นมากๆ นั้น

คนเราจะเกิดความโลภ และคิดว่าน่าจะกู้เงินมาเล่นหุ้น เพราะมั่นใจว่ายังไงหุ้นก็ต้องขึ้นต่อ

เมื่อได้กำไรแล้วค่อยขายมาใช้หนี้ แล้วเอาส่วนต่าง เท่ากับได้เงินฟรีๆ


การวางแผนเช่นนี้ เป็นการไม่คำนึงถึงผลที่จะออกทั้งหัวและก้อย

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผลออกมาตรงข้ามกับที่เก็งเอาไว้?


เช่นนี้แล้วไม่ควรลงทุนในหุ้นด้วยเงินร้อนเลย แต่ควรใช้เงินเย็น

เพราะการใช้เงินเย็นทำให้เราได้รับทางเลือกที่มากกว่า หากหุ้นขึ้น

เราจะทยอยขายบางส่วน หรือ ถ้าหุ้นลง เราจะถือไว้ รับเงินปันผล

ก็ไม่มีเจ้าหนี้ที่ไหนสามารถมาบังคับให้เราขายหุ้นได้

เพราะเป็นเงินและสิทธิ์ของเราเอง


สรุปคือ ถ้าพยายามเลือกในทางเลือกที่ไม่ว่าออกหัวหรือก้อยก็ดีทั้งนั้นอยู่เสมอๆ

ก็คงเป็นการยากขึ้น ที่จะมีใครหรือสถานการณ์ใดมาบีบเราให้จนมุมได้


นี่เป็นหนึ่งในข้อคิดที่ผมได้รับจากการศึกษาหมากล้อม ณ เวลานั้น

และเป็นแนวทางที่ผมใช้ในการเลือกอาชีพของตนเอง ในเวลาต่อมา...


หลังจากศึกษาได้ระยะหนึ่งและชื่นชมกับข้อคิดอันมีประโยชน์

มหาศาลแล้ว ผมก็รู้เลยว่า ตนเองไม่สามารถเป็นเซียนหมากล้อมได้

เพราะอะไรเหรอครับ?...

เพราะการจะเป็นเซียนหมากล้อมได้นั้น

เรียกร้องในสิ่งที่ผม

ไม่สามารถให้ได้ครับ...

(ซึ่งจะอธิบายในตอนต่อไป)


เช่นนั้นแล้ว ก็ขอรับเอาแต่เพียงข้อคิดอันมีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟัง...


ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ

ในช่วงใกล้สิ้นปี 2010 :)


ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์

20.11.10



 



 


 

 

 

ผลงานล่าสุดของ เทพ รุ่งธนาภิรมย์ ต้นกำเนิดแนวคิดหุ้นห่านทองคำ

 

"คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ (4) วิกฤติคือโอกาส"

ได้รวบรวมงานเขียนเกี่ยวกับการลงทุนหุ้นสไตล์ห่านทองคำ

ล่าสุดของ เทพ รุ่งธนาภิรมย์

โดยเป็นผลงานเล่มที่ 4 อย่างเป็นทางการ จัดพิมพ์โดย

สำนักเอิร์นคอนเซ็ปต์ ต่อจาก "กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ",

"วิถีแห่งเซียนหุ้นห่านทองคำ", และ "ยุทธศาสตร์หุ้นห่านทองคำ"

ซึ่งจัดพิมพ์โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

"คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ (4) วิกฤติคือโอกาส" จะเริ่มวางจำหน่าย

ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 15 วันที่ 21-31 ตุลาคม 2010 นี้

ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในซุ้ม SE-ED Book Center

และจะทยอยวางตามร้านหนังสือทั่วไป ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2010

 

นอกจากนี้ภายในงาน ยังมีหนังสือเอิร์นคอนเซ็ปต์ลดราคาอีกด้วย;

EARN concept เคล็ดลับความมั่งคั่ง ลด 35%

คู่มือบริหารเงิน, คู่มือบริหารใจ, และ คัมภีร์หุ้นห่านทองคำ ลด 15%

 

แล้วพบกันในงานนะครับ...

ทีมงาน EARN concept :)

 

 

ขออนุญาตแนะนำหนังสือใหม่ จากสำนัก EARN concept ครับ;

 

"คู่มือบริหารใจ" เป็นหนังสือแนวจิตวิทยาที่กล่าวถึงข้อคิด

ที่มีประโยชน์ในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข อันเป็นความมั่งคั่ง

ที่มากไปกว่า การครอบครองเงินทองทรัพย์สิน

 

โดยเล่าเรื่องผ่านตัวละครชื่อ "ลุค" สถาปนิกหนุ่มผู้เหลือเวลาในโลกนี้

อีกเพียงแค่ 13 วัน กับ "อาเช่" นักจิตวิทยาบำบัด ผู้คอยเป็นเพื่อนให้กำลังใจ

และ ให้คำแนะนำแก่ลุคในช่วงเวลาที่เหลืออยู่

 

"คู่มือบริหารใจ" จะเริ่มวางจำหน่ายที่ร้านหนังสือซีเอ็ดทุกสาขา

ตั้งแต่วันอังคารที่ 31 สิงหาคม 2010 เป็นต้นไป และทยอยวางจำหน่าย

ที่ B2S และ Kinokuniya

มีปกให้เลือก 2 แบบ คือ ปกมาตรฐาน เป็นรูป Portrait ของ ลุค

และปกพิเศษ เป็นรูป Portrait ของพิ้งค์ (คนรักเก่าของลุค)

ขอบคุณครับ,

ทีมงาน EARN concept :)