สวัสดีครับ ใกล้จะถึงปีใหม่เข้าไปทุกทีแล้วนะครับ
ปีนี้ เพื่อนๆ ตั้งใจที่จะฉลองปีใหม่กับคนที่เรารักอย่างไรกันบ้าง?
เส้นทางนักเขียนตอนที่ 3 นี้ ผมก็จะขอเล่าเรื่องราวต่อจากตอนที่แล้ว
ที่ได้ใช้เวลา 1 ปีในการค้นหาว่าตนเอง อยากที่จะทำอะไร...
ในช่วงเวลาที่กำลังค้นหาอยู่นั้นเอง มันมีกระแสของเกมกระดานเกมหนึ่ง ที่ชื่อว่า
เกมหมากล้อม หรือ โกะ (Go) กำลังมาแรงมากๆ ผมเองก็พลอยสนใจ
อยากเล่นไปด้วย จึงพยายามเริ่มศึกษาด้วยตนเองโดยการ
หาหนังสืออ่าน ยิ่งอ่านไปก็ยิ่งรู้สึกสนุก และอยากจะลองเล่นจริง
แต่จำได้ว่า หาคนเล่นด้วยยากทีเดียว พอได้ยินว่าสามารถเล่น online ได้
ก็ลองอยู่สักพัก แต่เนื่องจากสมัยนั้น net ช้า เลยไม่ค่อยสนุก
ประสบการณ์ส่วนใหญ่ของผมเกี่ยวกับหมากล้อมจึงค่อนข้างที่จะ
อยู่ในหนังสือ แต่แม้กระนั้น ก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจากเกมกระดานสุดมหัศจรรย์นี้
โกะ เป็นเกมที่ผู้เล่นทั้งสองฝ่าย ผลัดกันวางหมากคนละหนึ่งหมากไปเรื่อยๆ (ดำ VS. ขาว)
สุดท้ายผู้ชนะคือผู้ที่สามารถครอบครองพื้นที่ว่าง ได้มากกว่าอีกฝ่าย
ง่ายแค่นั้นเอง...
แต่...
เกมที่ดูเหมือนง่ายๆ เช่นนี้ ได้แฝงไว้ด้วยกลยุทธ์มหาศาลนับไม่ถ้วน ในกระดานๆ หนึ่ง
เนื่องจากแต่ละฝ่าย ได้รับทรัพยากรจำนวนเท่าๆ กัน (คือ การวางหมากได้ครั้งละ 1 หมาก)
ดังนั้นผู้ที่สามารถวางแต่ละหมากให้เกิดประสิทธิภาพ (Efficiency) สูงกว่าอีกฝ่าย
ย่อมเป็นผู้ชนะในที่สุด...
กลยุทธ์นับไม่ถ้วนที่เกิดขึ้นระหว่างเกมนี่ล่ะครับ ที่ผมคิดว่ามันช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก
เพราะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการวางแผนชีวิตได้อย่างดีเยี่ยม
ยกตัวอย่างเช่น...
หัวข้อที่ 22 ในคู่มือบริหารใจของผมก็ได้แนวคิดมาจากเกมหมากล้อม
นั่นคือ ทางเลือกที่ดี คือทางเลือกที่ไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อยก็ดีทั้งนั้น
ผู้ที่ได้เปรียบในเกมโกะคือ ผู้ที่มีทางเลือกมากกว่าคู่ต่อสู้ ในขณะที่ถูกบีบ
ให้เข้าสู่ทางตัน ถ้ามีทางเลือกมากกว่าย่อมไม่เสียเปรียบง่ายๆ
จึงเป็นที่มาของการเลือกในทางเลือกที่จะส่งผลดีทั้งสองทาง
เนื่องจากหลายๆ ครั้งเราไม่สามารถควบคุมผลที่จะออกมาได้
การสร้างทางเลือกให้ตนเองจึงเป็นเรื่องที่ดี...
แนวคิดนี้นอกจากจะช่วยในการวางแผนชีวิตแล้ว ยังช่วยให้
มีสติปัญญาในการวางแผนการลงทุนอีกด้วย เช่น ในช่วงที่หุ้นขึ้นมากๆ นั้น
คนเราจะเกิดความโลภ และคิดว่าน่าจะกู้เงินมาเล่นหุ้น เพราะมั่นใจว่ายังไงหุ้นก็ต้องขึ้นต่อ
เมื่อได้กำไรแล้วค่อยขายมาใช้หนี้ แล้วเอาส่วนต่าง เท่ากับได้เงินฟรีๆ
การวางแผนเช่นนี้ เป็นการไม่คำนึงถึงผลที่จะออกทั้งหัวและก้อย
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผลออกมาตรงข้ามกับที่เก็งเอาไว้?
เช่นนี้แล้วไม่ควรลงทุนในหุ้นด้วยเงินร้อนเลย แต่ควรใช้เงินเย็น
เพราะการใช้เงินเย็นทำให้เราได้รับทางเลือกที่มากกว่า หากหุ้นขึ้น
เราจะทยอยขายบางส่วน หรือ ถ้าหุ้นลง เราจะถือไว้ รับเงินปันผล
ก็ไม่มีเจ้าหนี้ที่ไหนสามารถมาบังคับให้เราขายหุ้นได้
เพราะเป็นเงินและสิทธิ์ของเราเอง
สรุปคือ ถ้าพยายามเลือกในทางเลือกที่ไม่ว่าออกหัวหรือก้อยก็ดีทั้งนั้นอยู่เสมอๆ
ก็คงเป็นการยากขึ้น ที่จะมีใครหรือสถานการณ์ใดมาบีบเราให้จนมุมได้
นี่เป็นหนึ่งในข้อคิดที่ผมได้รับจากการศึกษาหมากล้อม ณ เวลานั้น
และเป็นแนวทางที่ผมใช้ในการเลือกอาชีพของตนเอง ในเวลาต่อมา...
หลังจากศึกษาได้ระยะหนึ่งและชื่นชมกับข้อคิดอันมีประโยชน์
มหาศาลแล้ว ผมก็รู้เลยว่า ตนเองไม่สามารถเป็นเซียนหมากล้อมได้
เพราะอะไรเหรอครับ?...
เพราะการจะเป็นเซียนหมากล้อมได้นั้น
เรียกร้องในสิ่งที่ผม
ไม่สามารถให้ได้ครับ...
(ซึ่งจะอธิบายในตอนต่อไป)
เช่นนั้นแล้ว ก็ขอรับเอาแต่เพียงข้อคิดอันมีประโยชน์มาเล่าสู่กันฟัง...
ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ
ในช่วงใกล้สิ้นปี 2010 :)
ธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์
20.11.10