
ไม่ชอบอะไรกันยะ เห็นหมกมุ่นขนาดนี้
คุณผู้อ่านอาจจะถามในใจ
คือวันนี้ดิชั้นได้ตระหนักความประหลาดของตัวเองเรื่องหนึ่ง คือ
มันแปลกมาก ที่ดิชั้นอยากมั่งคั่ง มีเงินใช้พอเพียง มีตัวเลขใน bank ที่พุ่งปรี๊ด
แต่ แต่
ดิชั้นไม่ชอบคุยเรื่องเงินค่ะ!
เหตุที่ค้นพบเกิดจากเมื่อสักครู่ ที่ดิชั้นส่งราคางานออกแบบไปให้ลูกค้า
แล้วลูกค้าโทรมาคอมเมนต์ว่า มันแพงไปนะ
ชั่วขณะนั้นเอง ดิชั้นรู้สึกถึงกระแสภายในที่มันเปรี๊ยะๆๆ เป็นอาการต่อต้านอย่างสุดใจ
ที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า อะไรกันเนี่ย ถูกขนาดนี้แล้ว จะเอายังไง จะให้ทำฟรีเลยมั้ย
ทำฟรีเลยก็ได้! ถ้างานชั้นมีค่าขนาดนั้นก็เอาสิ เดี๋ยวทำให้ฟรีฟรีเลยยยยยยย
ไม่งั้นก็เอาไปทำเอง จัดเลย์เอาท์ใน Microsoft word ไปเลยสิยะ ว๊ากกกก
แต่ดีที่สงบปากไว้ แล้วบอกว่าค่ะค่ะ จะดูให้ใหม่นะคะ
ทำให้ดิชั้นยังมีงานมีรายได้อยู่ในมือ 555
ในความคิดสุดท้ายหลังจากคุยกับลูกค้าเสร็จคือ
ดิชั้นไม่ชอบเรื่องเงินๆทองๆเลย
อยากทำงานออกแบบอย่างเดียว
ไม่อยากคิดราคาแล้ว ไม่อยากทวงเงิน ลาขาดกันที เหนื่อยใจ
ขอมี AE เป็นของตัวเองได้ไหมไหมไหม
(AE = Account Executive คือผู้ดูแลลูกค้า คุยและรับหน้าแทน designer)
มันเป็นความรู้สึกแย่ๆ
เวลาเดียวกับที่ดิชั้นเจอคนเหนียวหนี้ไม่จ่ายแล้วต้องโทรตาม
หรือคนที่หาว่างานดิชั้นแพงงานคนนี้ถูก (ก็ไปจ้างมันเซ่! << ควบคุมอารมณ์ด้วยค่ะคุณเบลล์)
หรือคนที่บอกว่าอยากได้งานออกแบบหรูหราอลังการแต่ผมมีเงินให้แค่นิ๊
หรือตอนที่มีคนจะให้ยืมเงิน ดิชั้นก็จะรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที ว่า ชั้นหาเองได้ย่ะ อย่ายุ่ง
มันเหมือนว่าดิชั้นเอาตัวเองไปปนเปกับตัวเงินจนมั่วไปหมด
เป็นคำแปลประหลาดๆเหล่านี้
ให้เงินเยอะ = ให้เครดิทดิชั้นเยอะ ว่างานดิชั้นดีเลิศประเสริฐศรี
จ่ายเงินช้า = ดูถูกดิชั้น เห็นว่าดิชั้นโง่ใช่มิ!
ต่อราคา = งานดิชั้นไม่มีค่าพอจะได้รับเงินเท่านี้หรอก ฮ่าๆๆ
ดูดูไปก็ เอ๊ะ บ้าไปแล้ว!
จะส่วนตัวไปไหน
เพราะจริงๆมันอาจจะเป็นแบบนี้
ให้เงินเยอะ = องค์กรงบเหลือ ก็เอาจ่ายๆให้คนนี้ไปแหละ งานเป็นไงไม่รู้ไม่สน
จ่ายเงินช้า = อยากจ่ายมากแต่หมุนเงินไม่ทัน ลูกไม่สบาย โดนโกง และอื่นๆ
ต่อราคา = งานดีนะ แต่ด้วยความที่เป็นคนจีนเลยขอนิดนึง ต่อเล่นเล่น
ก็น่าคิดใช่ไหมคะ แบบว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกับดิชั้นเลย 55555
และถ้าดิชั้นริจะสร้างความมั่งคั่งให้ตัวเอง
เรื่องแบบนี้ก็เป็นอะไรที่ต้องเคยชินกับมันได้แล้ว
แบบเจ้าของกิจการที่มีเงินไหลเข้าออกตลอดเวลา
เค้าเหล่านั้นก็ทำเรื่องนี้ทุกวัน ทุกเวลา
กู้เงิน ยืมเงิน จ่ายเงิน ต่อราคา โดนโกง โดนต่อราคา เช็คเด้ง เสนอราคา
โดนด่า รับเงิน รับส่วย จ่ายแป๊ะเจี๊ยะ ทวงหนี้ ลดหนี้ โดนขู่กรรโชก โดนสรรพากรไล่บี้
และอื่นๆเป็นจำนวนมากมายหลายพันล้าน
โดยไม่มานั่งคิดเล็กคิดน้อยอะไรแบบนี้เลย
ก็เลยคิดได้ว่า
ถ้าดิชั้นมัวแต่เอาความรู้สึกส่วนตัวหรือคุณค่าของตัวเอง (และงานตัวเอง)
ไปผูกกับตัวเลขล่ะก็ ดิชั้นคงขยับขาไปไหนไม่ได้
โดนต่อหน่อยก็ไม่เอาแล้ว ไม่ทำ โดนโกงหน่อยก็เข็ด เลิก
อย่างนี้จะไปมั่งคั่งยังไงได้คะ!
ดิชั้นเลยสร้างความตั้งใจใหม่ไว้ว่า
จะมองเงินเป็นเลข ไม่ใช่ตัวตนหรือส่วนหนึ่งของดิชั้น
เหมือนเกมที่ว่าเราอิ่มที่ตรงไหน พอดีที่ตรงไหน จะเอาเลขอะไรล่ะ
ถ้าลูกค้าต่อราคามา ดิชั้นก็ลดเลขลง อ่ะพอใจไหม? ไม่พอก็ผ่านไป
ทวงหนี้ ถ้าไม่ได้ ก็ทวงอีก เรื่อยๆ จนกว่าจะเบื่อ 555
ถ้ายังไม่ได้อีก ก็เตือนคนรอบข้างให้ระวังคนนี้ไว้แล้วก็จบกันไป
คราวหน้าดิชั้นก็จะได้มีบทเรียนในการทำสัญญาต่างๆให้แน่นหนา
สรุปว่า ถ้ารักน้องเงิน ก็ต้องดูแลเค้าให้ดี
ในการดูแลกัน บางทีก็มีเรื่องให้ปวดหัวบ้าง เหมือนดูแลลูกหรือแฟน เป็นเรื่องที่พ่วงกันมา
เค้าทำให้เรามีความสุข ซื้อของได้ดั่งใจ กินข้าวได้อิ่มหนำ
เราจะจัดการเรื่องโน้นนี้ของเค้าซะหน่อยคงไม่เหนือบ่ากว่าแรง
และถึงเค้าจะวุ่นวาย เราก็ควรพูดถึงเค้าด้วยความรักใช่ไหมคะ 555
จากนี้ไปดิชั้นก็จะพูดถึงเรื่องเงินอย่างสนุกสนานและมีสติค่ะ
รักนะ น้องเงิน!
=)
Bejuk
24.02.10
The Journey to Wealth












