Article 82 : EARNing Yield

ในตอนที่แล้วสัญญาว่าจะ กลับมาพูดถึงเรื่อง Earnings Yield หรืออัตรากำไรต่อหุ้น กัน ก็มาว่ากันเลยดีกว่าครับ ^^

Earnings Yield หรือส่วนกลับของ PE Ratio (P/E)

คำนวณได้จาก Earnings/Price (E/P)
สำหรับ Earnings ที่ประกาศออกมาแล้ว ผมขออนุญาตใช้สัญลักษณ์ว่า E0
แต่ถ้าเป็น Earnings ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีต่อๆ ไปเป็นปีที่ 1, 2, 3…ก็จะขอใช้สัญลักษณ์เป็น E1, E2, E3… ตามลำดับละกันนะครับ

 

 

คราวนี้ที่มาของ E1, E2, E3 ถ้าจำความจากบทความที่แล้วได้ >>> http://www.earnconcept.com/node/846

E1, E2, E3 ที่พูดถึงนี้จะมาจากการคาดการณ์การเติบโต (Growth) หรือ g ในแต่ละปี ซึ่งขอใช้สัญลักษณ์อีกชุดหนึ่งว่า  g1, g2, g3 สำหรับอัตราการเติบโต (%) ในปีที่ 1,2,3…ตามลำดับ  เช่นนั้นก็จะสามารถแสดงการคำนวณได้ดังนี้;

 
E1 = E0(1+g1)
E2 = E1(1+g2)
E3 = E2(1+g3)

 

ที่อธิบายมาทั้งหมดก็เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่า Earnings Yield สำหรับหุ้นใดๆก็ตามจะเปลี่ยนไปตามผลกำไร  ที่เกิดขึ้นในปีต่างๆ สำหรับในแง่นักลงทุนนั้นหลังจากทำการบ้านหา E1, E2, E3 ได้แล้วก็ลองมาคำนวณดูว่าราคาหุ้นที่ระดับไหนจึงน่าสนใจเข้าลงทุน เช่น ถ้าได้ว่า E1 จะออกมาที่ 6.75 บาทต่อหุ้น และ ต้องการอัตรากำไรต่อหุ้นที่ 15% ระดับที่ควรเข้าซื้อก็คือ 6.75/0.15 = 45 ยิ่งถ้า E2 ออกมาที่ 7.25 บาทต่อหุ้น หุ้นที่ซื้อไว้ ก็จะให้อัตรากำไรต่อหุ้นที่  7.25/45 =16% ดีเข้าไปอีก!!  แต่ก็ต้องคอยติดตามดูว่า E3 จะออกมาเป็นเช่นไร หุ้นที่ควรมี Earnings ที่เป็นแนวโน้มขาขึ้นหรือไม่ก็ค่อนข้างคงที่ในระดับหนึ่ง

ดูเผินๆการเลือกหุ้นและระดับที่น่าเข้าลงทุนในหุ้นผ่านอัตรากำไรต่อหุ้นหรือ Earnings Yield นั้นคล้ายๆกับ Dividend Yield

 

จริงๆแล้ว Dividend Yield นั้นมาจาก Earnings Yield คูณกับอัตราการจ่ายปันผล (Dividend Payout Ratio, p) ของบริษัทนั้นๆนั่นเอง ดังนี้ DY = EY x p
Earnings Yield นั้นสามารถนำไปพลิกแพลงในการมองหุ้นหรือแม้กระทั่งตลาดหุ้นโดยรวมได้อีกมากมาย ในตอนหน้าจะมาต่อกันครับ

 

ธนวัฒน์ รุ่งธนาภิรมย์

The Wealth Strategy

05.07.11

*หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของคอลัมนิสต์เท่านั้น ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความและการลงทุน

ผมได้อ่านหนังสือของคุณ เทพ

ผมได้อ่านหนังสือของคุณ เทพ ขอชื่นชมนะครับ พยายามทำเป็นแนวทางลงทุนในตลาดหุ้น
แต่มีข้อสงสัย ตรงค่า dps ถ้าผมดูข้อมูลจาก www.set.or.th บางบริษัทปันผลทีละ 3-4 ครั้ง เราจะใช้ผลรวม หรือ ค่าเฉลี่ย มาคิดเป็น dpsครับ

ใช้ผลรวมของทั้งปีเลยครับ

ใช้ผลรวมของทั้งปีเลยครับ จะได้เทียบกับของบริษัทอื่นๆ หรือ yield ของการลงทุนแบบอื่นๆ ได้

โอ้! ขอบคุณคุณ Winny

โอ้! ขอบคุณคุณ Winny สำหรับบทความนะครับ ^^

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ

CAPTCHA
กรุณาพิมพ์อักษรในรูปภาพเพื่อป้องกันการส่งข้อความสแปม
Image CAPTCHA
กรอกตัวอักษรในรูปโดยไม่เว้นวรรค