Article 40 : Work Life Balance # 01

สวัสดีค่ะ

ขอเริ่มบทความด้วยเรื่องน่ายินดีเรื่องหนึ่ง คือ

ดิชั้นเพิ่งอายุครบ 25 เมื่อวานนี้ค่ะ =)

รู้สึกว่าเป็นอีกโลกหนึ่งที่เพิ่งได้เดินเข้ามาเลย

โลกของคนที่เป็น ผู้ใหญ่เต็มตัว

คุณแม่ดิชั้นก็บอกนะคะว่า 25 นี่ชั้นมีลูกแล้วนะยะเธอ

อืมก็ถูกนะคะ แต่ดิชั้นดูตัวเองและเพื่อนๆตอนนี้ ก็ยังบ๊องแบ๊งๆ กันอยู่

รู้สึกว่าคนรุ่นเรานี่จะโตช้ากว่าคนรุ่นก่อนอย่างบอกไม่ถูก

หรือเป็นเฉพาะดิชั้นเองอันนี้ก็ไม่แน่ใจ 5555

 

 

พร้อมๆกับอายุที่มากขึ้น

ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดิชั้นกำลังเลือกทางเดินต่อไปของชีวิต

ขอย้อนความเล็กน้อยว่า

ปัจจุบันดิชั้นมีบริษัทออกแบบกราฟฟิคเล็กๆ รับผลิตงานอย่างตั้งอกตั้งใจ

เปิดดำเนินการมาเกือบครบ 3 ปี ในปีหน้า

แต่น่าเสียดายว่า ตอนนี้บริษัทจำเป็นต้องปิดตัวลงด้วยเหตุผลเฉพาะกิจ

คาดว่าน่าจะดำเนินการเสร็จเรียบร้อยภายในสิ้นปีนี้

(เรื่องราวการทำเรื่องปิดบริษัทก็เป็นอีกกรณีศึกษาที่ท้าทายนะคะ

ว่างๆดิชั้นก็ว่าจะเขียนเรื่องนี้อยู่ 555)

 

 

ช่วงนี้ดิชั้นก็เลยคิดถึงขั้นตอนต่อไปของชีวิตว่า

หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นลง

เอาหละ คราวนี้ จะทำอะไรต่อไปดี?

นั่นสิ

.

.

แต่ดิชั้นตั้งโจทย์ให้ชีวิตตัวเองไว้ว่า

งานที่จะทำต่อไปต้องสอดคล้องกับ 3 ข้อนี้

1. สร้างรายได้ที่เพียงพอเลี้ยงดูตัวเองและคนรอบข้างได้
กล่าวง่ายๆคือต้องหาเงินให้ได้ในปริมาณเท่าเดิม
หรือมากกว่า

2. เป็นสิ่งที่ดิชั้นรัก และมีความสุขที่ได้ทำ เพราะดิชั้นรู้สึกว่า
ในตอนนี้คือตอนที่คนเรามีไฟในการทำสิ่งต่างๆในชีวิตมากที่สุด
การฉวยโอกาสนี้ทำสิ่งที่รักให้ดีที่สุดย่อมเป็นเรื่องที่คุ้มค่าแน่นอน

3. เป็นงานที่ยืดหยุ่นต่องานอดิเรกที่ดิชั้นรัก ซึ่งก็คือการเดินทางท่องเที่ยว
ข้อนี้มีความสำคัญเยี่ยงลมหายใจจริงๆค่ะ
555

 

กล่าวง่ายๆคือ

ต้องตอบโจทย์ในแง่ การเงิน + คุณค่าทางจิตใจ + เวลา ได้อย่างสมดุล

 

แค่สามข้อนี่ก็โหดๆอยู่เหมือนกันนะคะ

เพราะถ้าคิดง่ายๆ ถ้าเน้นเรื่องอิสรภาพทางเวลา และทางการเงิน (ข้อ 1+3)

ดิชั้นก็สามารถเลือกทำธุรกิจ Networking ซักอันหนึ่ง ก็ตอบโจทย์แล้ว

แต่น่าเสียดายว่าสิ่งนี้มันไม่ได้ตอบข้อ 2 คือการทำในสิ่งที่รักและมีความสุขที่ได้ทำนี่สิ

 

ไม่งั้นก็คือการทำงานประจำที่บริษัทออกแบบซักแห่ง

แต่มันก็มีความกลัวอยู่ว่า

ถ้าเป็นงานที่ดีและเปิดโอกาสให้ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ถึงที่สุด มันจะเงินน้อยหรือเปล่า?

ในขณะเดียวกันถ้างานที่ตอบโจทย์ด้านการเงิน มันก็มักจะเป็นงานที่น่าเบื่อ

ไม่ก็ถึกเสียจนหาโอกาสไปพักผ่อนท่องเที่ยวได้ยากยิ่ง หรือเปล่า?

 

แปลกนะคะ ในการที่คนเราจะเลือกทำงานอะไรซักอย่าง

ทำไมมันช่าง เหมือนกับว่า

มันจะต้องยากมากๆ หรือเราต้องโชคดีมากๆๆๆ

ถึงจะได้งานที่ตอบทั้ง 3 ด้านนี้ได้

 

ถ้าทำสิ่งที่รัก ก็ต้องแลกกับการที่จะเงินน้อยหน่อย

หรือถ้าจะมีเวลาเยอะๆ ก็อาจจะไม่มั่นคง

หรือถ้าทำงานที่เงินเยอะๆ มันอาจจะเอาเวลาชีวิตเราไปหมด

อะไรแบบนี้?

 

เพื่อนๆดิชั้นที่ทำงานอยู่ในองค์กรขนาดใหญ่

ที่ได้เงินเดือนสูงลิ่ว โบนัสมหาศาล แถมมีโอทีและสวัสดิการอลังการ

(อันนี้เขียนไปก็แฝงความอิจฉาไปด้วยพอเป็นพิธีนะคะ 555)

ก็มักจะบ่นเรื่อง

1. เวลาไม่พอ ทำงานหนักมาก หรือไม่ก็

2. งานน่าเบื่อมาก ไม่ท้าทายความสามารถเลย

แต่ก็ทนทำไปเพราะว่ามันมั่นคง และได้เงินคุ้มค่า

 

หรือเพื่อนชาวกราฟฟิคที่ทำงานอยู่ร่วมกัน

ถ้าเป็น Freelance ก็ย่อมต้องพบกับช่วงเวลาที่เป็น ขาขึ้น และขาลง สลับกันไป

บทจะมีงานเข้า ก็เข้ากันจนต้องอดหลับอดนอนเป็นอาทิตย์ หน้าตาร่างกายทรุดโทรม

เวลาขาลงโดนเบี้ยวงาน โดนแคนเซิลสัญญา โดนต่อค่าตัว

หรือช่วงที่ลูกค้าลดลง ก็กลายเป็นว่างจนเบื่อไปซะ

 

หรือที่แย่กว่านั้น คนที่ทำงานด้วยใจ ด้วยอุดมการณ์ที่ดี

และยืนหยัดว่าจะทำเฉพาะงานที่มีคุณค่าและตรงกับแนวทางที่เขาเชื่อถือเท่านั้น

ก็มักจะต้องประสบปัญหาทางการเงิน ติดๆขัดๆ

จนเป็นเรื่องปกติไปว่า เนี่ย ถ้าเลือกทำตามอุดมการณ์ก็ไม่มีวันรวยได้หรอก

 

อ้าว

 

ถ้าชีวิตมันเป็นแบบนั้น

เราต้องทำอะไรล่ะ ที่จะให้ชีวิตมีความมั่งคั่งอย่างสมดุลกัน?

การเงิน + คุณค่าทางใจ + เวลา = ?

 

 

 

 

 

 

 

เอ้อ

นั่นสิ

……..

อันนี้เป็นคำถามที่ดิชั้นเปิดประเด็นไว้นะคะ

คือดิชั้นเองก็ไม่มีข้อสรุปอ่ะค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ต้องขอโทษผู้อ่านทุกท่านด้วย

แต่คิดว่าคำถามข้อนี้เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ต้องตีโจทย์ให้แตก

เพื่อการเดินทางสู่ความมั่งคั่งในชีวิตต่อไป

 

 

เป็นคำถามที่ขอใช้เวลาซัก 2 อาทิตย์ในการคลี่คลาย

เข้ากับชื่อว่าที่ว่า "เจอนี่ to wealth" นะคะ

เราต้องค้นหา นี่ ที่ว่าให้เจอก่อน 555

แล้วดิชั้นจะมาเล่าให้ฟังนะคะว่า ระหว่างที่ขบคิดนี้ ไปเจออะไรมาบ้าง 

หรือถ้าใครมีคำแนะนำอะไร ก็ยินดีอย่างยิ่งค่ะ

 

=)

 

Bejuk

The Journey to Wealth

11.10.09

ทราบจากคุณเบลล์ว่า คุณmiru

ทราบจากคุณเบลล์ว่า คุณmiru เป็นนักกราฟิคมือวางอันดับ 1 แห่งศิลปากร

รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่คุณ miru ได้แวะเข้ามา

ขณะนี้ผมเองก็กำลังทำงานที่อยู่บนความสุข และพยายามทำให้มันเกิดรายได้

จากหลายๆทาง เช่นกันครับ:)

สำหรับความมั่นคงนั้น คิดว่ามันเริ่มต้นจากที่ใจของเราก่อน หากใจของเรามั่นคง

รู้ตัวว่าเรารักงานอะไรแล้วยืนยันที่จะทำจริงๆจังๆด้วยความซื่อสัตย์ต่อตนเอง

สุดท้ายความมั่นคงทางการเงินจะตามมา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เคล็ดลับน่าจะอยู่ที่การ combine ทีเด็ดทุกอย่างที่เรามี

ทำในส่งที่รัก แล้วพยายามตบให้มัน

ไปอยู่ในช่องทางที่ทำเงินได้ แล้วทำอย่างนานพอ

ระยะเวลาก็เป็นปัจจัยสำคัญมากๆในการสร้าง momentum

คนส่วนมากจะถอดใจก่อนที่จะเห็นความสำเร็จ

...ก็ ขออวยพรให้คุณ miru สามารถทำในสิ่งที่รัก

พร้อมกับประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงนะครับ :)

นนท์

 

ส่วนพี่เบลล์ก็เกือบจะมั่นคงแล

ส่วนพี่เบลล์ก็เกือบจะมั่นคงและเกือบจะมีความสุขเช่นกัน 55

ตอนนี้มิรุไม่มั่นคง แต่อนาคตเป็นเจ้าของแบรนด์สวนผักแบบโชคชัย

แล้วก็มีเสต๊กผัก กับโชว์เด็ดผักอะไรยังงี้นะ

สุดยอด เท่! 555 อย่าลืมลูกค้ารายแรก

ปลูกผักๆๆ

ปลูกผักๆๆ มีความสุขสนุกสนานแต่ไม่ได้ตังนะ
ไว้จะมาติดตามนะคะ โจทย์สามข้อคล้ายๆกัน
ยังหาทางออกไม่ได้เหมือนกัน ตอนนี้อยู่บนความสุขที่ไม่มีความมั่นคงเลย

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ

CAPTCHA
กรุณาพิมพ์อักษรในรูปภาพเพื่อป้องกันการส่งข้อความสแปม
Image CAPTCHA
กรอกตัวอักษรในรูปโดยไม่เว้นวรรค