Article 42 : กลไกสู่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ตอนที่ 5: บทสรุป และ The Investment Clock

ที่มา http://www.heraldsun.com.au

 

ภาพนี้เป็น Investment Clock ที่กล่าวถึง “วัฎจักรการลงทุน” ซึ่งเชื่อมโยงกับ “วัฎจักรเศรษฐกิจ” อันประกอบด้วยช่วงหลักๆคือ

 

1) ช่วงขยายตัว 6-12 (Recovery ไป Boom) และ

2) ช่วงหดตัว 12-6 (Slow down ไป Recession)


ตั้งแต่โลกของเรามีเศรษฐกิจตลาดเสรี (Free Market Economics) ที่ถูกนิยามโดย Adam Smith (1723-1790) เป็นต้นมา ระบบเศรษฐกิจทั่วโลกต่างก็ผ่านวัฎจักรดังกล่าวมาตลอด โดยแต่ละวัฎจักรจะกินเวลา 5-10 ปี แต่บางประเทศอย่างเช่นญี่ปุ่นอาจใช้เวลานานกว่า 20 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุและกลไกในการเกิดวัฎจักรแต่ละรอบ

 

จนมาถึงวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เพิ่งเกิดขึ้นในปีที่แล้ว(2008) หากเราติดตามข่าวสารตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือสื่อต่างๆ เช่น CNN, CNBC จะเห็นเป็นอย่างดีว่าระบบเศรษฐกิจทั่วโลกได้ผ่านช่วงหดและขยายตัวเหมือนกับวัฎจักรก่อนๆ โดยผมนับแล้วจาก เที่ยงตรง มาถึง 5 ทุ่ม บน Investment Clock ใช้เวลาประมาณ 8 ปีกว่าๆ


มาดูว่าผมพูดถึงอะไรกันครับ…

 

12:00 หรือ เที่ยงตรง Investment Clock บอกว่า Rising real estate values ซึ่งก็คือการปรับขึ้นของราคาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเริ่มในสหรัฐฯ ในราวปี 2001 (โปรดอ่านตอนที่ 2 U.S. Housing Bubble) จากนั้นไปที่


1:00 Rising interest rates ซึ่งก็คือการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในช่วง 2005-2007 (ตอนที่ 1 Fed Fund Rate และ ตอนที่ 2)


2:00 Falling share prices ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปีที่แล้วต่อมาถึงต้นปีนี้


3:00 Falling commodities price -> ราคาน้ำมันลงจากจุดสูงสุด 140 เหรียญ ต่อ บาร์เรลในเดือนกรกฎาคม 2008 ไปที่ 30 กว่าเหรียญในเดือนธันวาคม


5:00 Tighter money ระบบเครดิตและสถาบันการเงินหยุดชะงักในปลายปี 2008 (ตอนที่ 4 ความล้มเหลวของระบบการเงินสหรัฐฯ)


6:00 Falling real estate value -> จริงๆ เริ่มลงมาตั้งแต่แถวๆ บ่าย 2-3 แล้ว


6 ชั่วโมงบน Investment Clock ที่ผ่านมาคือ สรุปกลไกสู่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่ผมเล่าให้ฟังมาทั้ง 4 ตอน


จาก 6 โมง ไปถึง 5 ทุ่ม นี่สิครับ เป็นอะไรที่วงการการเงินและการลงทุนทั่วโลกต้องจดจำไปอีกนาน (ไม่ใช่ว่าช่วงก่อนหน้าที่เศรษฐกิจและตลาดทุนโลกผ่านการหดตัวที่รุนแรงและเจ็บปวดไม่น่าจดจำนะครับ) เนื่องจากการ “ทุ่ม” ออกนโยบายการเงินการคลังของรัฐบาลและธนาคารกลางต่างๆทั่วโลกเพื่อปั๊มหัวใจให้เศรษฐกิจโลก (อันนี้แทนโดย 7:00 Falling interest rates (ตอนที่ 1)) ส่งผลให้สภาพคล่องกลับมาท่วมตลาดเงินและตลาดทุนอย่างมหาศาลอีกครั้งในเวลาอันรวดเร็วทำให้เกิด...


8:00 Rising share prices -> ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นเฉลี่ย 60-70% ตั้งแต่ต้นปี 2009 ถึงปัจจุบัน


9:00 Rising commodities prices -> น้ำมันขึ้นมาเกือบ 80 เหรียญต่อบาร์เรล ณ เวลาที่เขียนอยู่นี้


11:00 Easier money -> เงินทุนเริ่มหมุนเวียนง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่แล้ว


ตอนหน้าจะพูดถึงการประยุกต์ Investment Clock ในการวางกลยุทธ์ลงทุนที่เหมาะสมกับปัจจัยและเวลาต่างๆ ครับ

ธนวัฒน์ รุ่งธนาภิรมย์

The Wealth Strategy

20.10.09

*หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของคอลัมนิสต์เท่านั้น ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความและการลงทุน

พี่วินครับ

พี่วินครับ อากาศหนาวแล้วรักษาสุขภาพนะครับ
นอท...

พี่วินครับ

พี่วินครับ บทความพี่มีประโยชน์ กับผม และอีกหลายๆ ท่านที่เข้ามาอ่านครับ
อย่างนี้แล้วจะไม่ให้นอทอ่านได้ไงครับพี่ 555 แล้วนอทจะรออ่านบทความของพี่ครับผม
รบกวนเรียนถามครับ ถ้านอทอยากได้ข้อมูลสถิติ การซื้อขายหลักทรัพยืปี 51 ผมจะค้นหาได้ที่ไหนพอทราบไหมครับผม
นอทลองค้นหาในเน็ต มันมีถึงปี 50 ครับ
ขอบคุณครับ...
นอท...

ถ้าลอง site

ถ้าลอง site ต่างๆที่เกี่ยวข้องแล้วคงต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง update ก่อนอ่ะครับ ใจเย็นรอไปก่อนนะครับ

นอทครับ จริงๆแล้วก็คันไม้คันม

นอทครับ

จริงๆแล้วก็คันไม้คันมืออยากเขียนต่อ แต่ตอนนี้ยุ่งมากๆเลยครับ ยังไงก็จะพยายามรักษามาตรฐานเดิมไว้คือไม่เกิน 2 อาทิตย์ ต่อ 1 บทความครับ และ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ

พี่วิน

พี่วินครับ

พี่วินครับ เร่งเครื่องให้ผมหน่อยสิครับ รอจะเห็นภาพต่อไปอยู่ครับ
ขอบคุณครับ
นอท..

สร้างได้เห็นภาพเลยครับผม

สร้างได้เห็นภาพเลยครับผม ขอบคุณมากครับผม
นอท...

มันส์จริงๆครับ

มันส์จริงๆครับ เขียนแบบนี้พร้อมภาพประกอบ ทำให้เห็นภาพรวมมากๆเลย

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ

CAPTCHA
กรุณาพิมพ์อักษรในรูปภาพเพื่อป้องกันการส่งข้อความสแปม
Image CAPTCHA
กรอกตัวอักษรในรูปโดยไม่เว้นวรรค