Article 01 : สิ่งที่นักลงทุนควรทำ

การลงทุนในตลาดหุ้นมีความเสี่ยงแต่ก็มีโอกาสทำให้คนร่ำรวยถ้ารู้จักหลักการและมีวินัยที่ดี จากประสบการณ์ที่ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวอย่างโชกโชนและตื่นเต้นในตลาดหุ้นจนสามารถอยู่ในถ้ำเสือได้อย่างปลอดภัยด้วยกลยุทธหุ้นห่านทองคำ ผมขออนุญาตรวบรวมข้อคิดบางประการ ที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อท่านนักลงทุนเพื่อนำไปพิจารณาดูทั้งหมด 10 ข้อ ดังนี้


การลงทุนในตลาดหุ้นมีความเสี่ยงแต่ก็มีโอกาสทำให้คนร่ำรวยถ้ารู้จักหลักการและมีวินัยที่ดี จากประสบการณ์ที่ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวอย่างโชกโชนและตื่นเต้นในตลาดหุ้นจนสามารถอยู่ในถ้ำเสือได้อย่างปลอดภัยด้วยกลยุทธหุ้นห่านทองคำ ผมขออนุญาตรวบรวมข้อคิดบางประการ ที่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อท่านนักลงทุนเพื่อนำไปพิจารณาดูทั้งหมด 10 ข้อ ดังนี้

 

1. ศึกษาเทคนิคการลงทุนที่ถูกต้อง
2. ไม่พึ่งข้อมูลวงใน (Inside Information)
3. เลือกหุ้นที่มีคุณภาพจากข้อมูลที่เปิดเผย
4. รู้จักการประเมินมูลค่าหุ้น
5. ต้องใจเย็นในการซื้อขายหุ้น
6. ติดตามการดำเนินงานของบริษัท
7. ลดต้นทุนเมื่อมีโอกาส สะสมหุ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง
8. ให้หุ้นทำงานหาเงิน
9. ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง
10. สอนคนอื่นให้มีความรู้อย่างถูกต้อง

 

 

1. ศึกษาเทคนิคการลงทุนที่ถูกต้อง
การซื้อหุ้นโดยเชื่อคนอื่นบอกว่ามันจะขึ้นไปอีกเป็นความเสี่ยงมากทีเดียว ถ้ารักจะลงทุนด้วยตนเอง ต้องรีบทำความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างมูลค่า การอ่านงบการเงินให้เป็นต้องพยายามดูโหงวเฮ้งของ CEO ให้ออก ต้องเข้าใจว่าการลงทุนจริงๆแล้วไม่ใช่การเล่นหุ้นจนสุดท้ายเห็นได้ด้วยตนเองว่าตลาดหุ้นนั้นมิใช่เป็นบ่อนการพนันแต่เป็นสถานที่ ที่นักลงทุนจะสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ในระยะยาว

 

2. ไม่จำตัองพึ่งข้อมูลวงใน (Inside Information)
การจะได้ผลตอบแทนดีๆจากตลาดหุ้นต้องได้มาอย่างถูกวิธีและเที่ยงธรรม ไม่จำเป็นต้องเอาเปรียบคนอื่นด้วยการรู้ข้อมูลวงในเลยดีไม่ดีถูกหลอกเองจะช้ำใจเสียเปล่าๆ
ความจริงแล้ว ข้อมูลเกี่ยวกับหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่สามารถเปิดเผยต่อคนทั่วไปมีอยู่มากมายเพียงพอที่นักลงทุนจะนำไปใช้ศึกษา วิเคราะห์ และตัดสินใจได้อย่างสบาย ทำแบบนี้แล้วจะรู้สึกดีที่เราเป็นคน fair ต่อสังคม

 

3. เลือกหุ้นที่มีคุณภาพจากข้อมูลที่เปิดเผย
พอมีเทคนิคดีแล้ว ต่อมาคือการ เลือกหุ้นที่มีคุณภาพดีๆ หุ้นที่มีคุณภาพคือหุ้นที่มี CEO ดีๆ เก่งๆ ทำผลงานออกมา สวย มีกำไร มีเงินสด มีการขยายงาน หนี้สินมีไม่มาก สามารถจ่ายปันผลได้ด้วยยิ่งดี ทำอย่างนี้ไม่ต้องไปสนใจว่าตลาดหุ้นจะขึ้นจะลง เพราะเราซื้อหุ้นไม่ใช่ซื้อทั้งตลาดหุ้น

 

4. รู้จักการประเมินมูลค่าหุ้น
เมื่อเลือกหุ้นที่มีคุณภาพดีแล้ว ยังไม่ต้อง รีบร้อนเข้าไปซื้อลงทุน ใจเย็นๆ ก่อน ทำการประเมินหามูลค่าหุ้นออกมาดู จะทำแบบไหนก็ได้ ผมใช้วิธีผลตอบแทนจากเงินปันผล (dividend yield) เป็นหลัก บางทีผมก็ใช้วิธี P/E บ้าง แล้วแต่โอกาส

 

5. ต้องใจเย็นในการซื้อขายหุ้น
เมื่อเลือกหุ้นที่มีคุณภาพดีและทำการประเมินมูลค่าหุ้นแล้ว ก็ไม่ต้องรีบร้อนซื้อ ให้นำมูลค่าไปเทียบกับราคาก่อนถ้าราคาต่ำกว่ามูลค่ามากก็ซื้อเยอะได้ ถ้าต่ำกว่าไม่มากอาจจะลงทุนซื้อบ้าง เพราะถ้าหุ้นอ่อนตัวลงจะได้ซื้อมาถั่วเฉลี่ยต้นทุนได้ ขณะเดียวกันถ้าราคาหุ้นขึ้น ก็ไม่ต้องเสียดาย ค่อยๆทยอยขาย จะมากจะน้อยแล้วแต่ศิลปของแต่ละคน ขายแล้วก็มีเงินสดมากขึ้น ต้นทุนหุ้นในมือก็ลดลง ถ้าราคาเกิดอ่อนตัวลงก็สามารถมีเงินไปซื้อกลับมาได้อย่างสดวกโยธิน ทำอย่างนี้ได้จะได้ไม่ต้องตื่นเต้นตกใจ
ไปกับการแกว่งขึ้นแกว่งลงของราคาหุ้นเลย

 

6. ติดตามผลการดำเนินงาน
ซื้อหุ้นแล้วต้องติดตามผลการดำเนินงานอย่างน้อยทุกๆไตรมาส เพราะบริษัทจะต้องเปิดเผยผลการประกอบการให้นักลงทุนทราบ และถ้ามีโอกาสควรไปประชุมผู้ถือหุ้นอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อจะได้ทำการประเมินว่า ผลงานที่CEOทำออกมาดีอย่างที่คาดไว้หรือดีกว่า จะได้ถือเก็บด้วยความมั่นใจ แต่ถ้าผลงานออกมาด้อยกว่าที่คาดบ่อยๆ ก็จะต้องทบทวนว่ายังจะถือต่อหรือทำการโละทิ้ง

 

7. ลดต้นทุนเมื่อมีโอกาส สะสมหุ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง
เรื่องการลดต้นทุน (cost reduction) เป็นเรื่องที่นักลงทุนโดยทั่วไปยังไม่ค่อยคุ้นเคย เพราะส่วนใหญ่ได้ยินได้ฟังมาเกี่ยวกับเรื่องการทำกำไรจากการขายหุ้น (capital gain) จากคนอื่นเวลาคนอื่นเกิดขาดทุน (capital loss) มักจะอุบเงียบ ก็เลยเข้าใจกันว่า กิจกรรมของตลาดหุ้นคือการเข้ามาเพื่อซื้อหุ้นถูก ขายหุ้นแพงและไม่สนใจจะเก็บรักษาหุ้นไว้เลย แม้ว่าบางทีเป็นหุ้นคุณภาพดีมากพอมีกำไรมากก็ขายหมดเกลี้ยง พอขายหมดก็เหมือนผ่าท้องห่านจะไปเอาห่านที่ไหนมาออกไข่ทองคำซึ่งก็คือเงินปันผล
ดังนั้นจึงต้องตั้งท่าทีใหม่ เวลาเข้ามาในตลาดหุ้นต้องเล็งที่จะสะสมหุ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด ด้วยการหาโอกาสลดต้นทุนเมื่อภาวะตลาดอำนวยให้

 

8. ให้หุ้นทำงานหาเงิน
นักลงทุนจะต้องไม่ลืมว่า วัตถุประสงค์สุดท้ายคือการไม่ต้องเอาตัวเองไปทำงานหาเงิน เพื่อจะได้มีอิสรภาพของตัวเองอย่างแท้จริง การที่จะทำอย่างนี้ได้ต้องมีทรัพย์สินที่ก่อให้เกิดรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอจนมากพอกับค่าใช้จ่าย หุ้นปันผล คือทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ความฝันกลายเป็นความจริงได้
การจะบรรลุจุดหมายนี้ นักลงทุนต้องจำใส่ใจไว้ว่าการได้กำไรจากการค้าหุ้นเป็นเรื่องรอง การมีหุ้นปันผลดีๆ มากๆด้วยต้นทุนต่ำๆคือคำตอบเพราะหุ้นเหล่านี้จะคอยทำงานให้เจ้าของอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

 

9. ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง
จากการได้ได้ศึกษาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผมเห็นว่าเป็นแนวทางที่ง่าย เรียบตรง ชัดเจน เพราะการลงทุนที่ดีต้องเริ่มจากรู้จักการพอประมาณ ไม่ทำอะไรเกินกำลังต้องมีเหตุผล ด้วยการรอบรู้และเข้าใจถึงแนวทางการลงทุนอย่างถูกวิธีและต้องมีภูมิคุ้มกันด้วยการลดต้นทุนเสมอเมื่อมีโอกาส ทำให้
อยู่ได้ในถ้ำเสือโดยไม่สะทกสะท้านต่อการผันผวนทางราคาหุ้น การมีคุณธรรมซึ่งหมายถึงการไม่เอาเปรียบคนอื่นด้วยการใช้ข้อมูลวงในด้วยการปั่นหุ้นที่สำคัญ คือ เป็นคนใช้ชีวิตเป็น ไม่ตระหนี่มาก และก็ไม่จำเป็นต้องอวดความร่ำรวย อะไรที่สมควรก็ทำตามแต่กรณี ทำให้ชีวิตการนักลงทุนมีความสุข

 

10. สอนคนอื่นให้มีความรู้อย่างถูกต้อง
หลักการต่างๆดังกล่าวมาทั้ง 9 ข้อ ถ้านักลงทุนทำได้ เชื่อว่าจะกลายเป็นนักลงทุนมีคุณภาพ สามารถคอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ จากตลาดหุ้นอย่างเป็นกอบเป็นกำอย่างถูกวิธี ที่ดีกว่านั้นคือ ควรต้องพยายามหาโอกาสช่วยเหลือหรือสอนคนอื่นที่มีความต้องการให้ดีขึ้นตาม เป็นเรื่องแปลกมากคือ
เมื่อเรายิ่งทำการสอน ยิ่งให้วิทยาทานมาก กลับรู้สึกว่าเราได้ รับความรู้สึกสบายอย่างไม่รู้จักจบสิ้น และบางทีหุ้นแจ๋วๆ บางตัวก็ได้มาจากคนที่เราไปสอนก็มี น่าลองดูครับ

 

 

เทพ รุ่งธนาภิรมย์
บทความจาก M&W พฤษจิกายน 2007

ผมเพิ่งจะเคยอ่านหนังสือคัมภีร

ผมเพิ่งจะเคยอ่านหนังสือคัมภีร์หกเล่ม ก่อนหน้านี้ไปสายเทคนิคอยู่นาน อ่านสายพื้นฐานก็งงๆ ไปเรียนพื้นฐานมาหลายที่รู้เยอะ แต่ไม่มีหลัก ได้อ่านเล่ม 1-3 ก็มีหลักหรือแกนในการวิเคราะห์บริษัท ประกอบกับความรู้ลึกๆที่ได้เรียนมาก่อนหน้านี้ทำให้วิเคราะห์ได้ละเอียดมากโดยไม่หลงประเด็น หนังสือดีมากครับ

ท่านเทพเป็นคนที่ผมยกย่องที่สุ

ท่านเทพเป็นคนที่ผมยกย่องที่สุดในตอนนี้เลยจากการที่ได้อ่านหนังสือของท่าน ท่านให้ความรู้ความเข้าใจถูกต้องในการลงทุน แต่ก่อนผมไม่คิดว่าจะหาหุ้นปันผลประดับไว้ในพอร์ต เอาแค่ได้ปันผลสัก 3-4% ก็พอ และเน้นถือยาวเอากำไรจาก เกนของราคาที่ขึ้นมา แต่แล้วมันก็แค่ตัวเลข เงินปันผลที่ได้ก็น้อย นับเป็นโอกาสดีๆที่ถือหุ้นตัวนึงในพอร์ตที่ปันผลสูง ตอนนั้นยังไม่ได้อ่านหนังสือของท่านเทพ ได้ปันผลมาอืมมใช้ได้นะ เป็นแบบนี้ต่อไปห้า-หกปีนี่ผมก็คืนทุนแล้ว ปันผลที่ได้คือลดต้นทุน ตอนนี้หุ้นตัวนั้นผมถือฟรีแล้วคืนมาหมดแล้วแถมยังจ่ายปันผลไปเรื่อยๆอีก ผมจึงเริ่มสนใจหุ้นปันผลอย่างเอาจริงเอาจังขึ้นมาเลย เลิกสนหุ้นที่โตเพราะราคาเพิ่มเพราะนั่นก็แค่ตัวเลข ระหว่างกาลที่ถือไม่ได้อะไรออกมาเลยนอกจากความสุขที่เห็นเลขสูงขึ้น แค่นั้นจริงๆ แล้วได้มีโอกาสมาอ่านหนังสือของท่าน บอกเลยว่าถูกใจมาก ได้แนวคิดบริษัทธรรมาภิบาล ได้ศึกษาบัญชีศาสตร์เพิ่มจากที่แกแนะ เลยทำให้เห็นใส้ในธุรกิจแบบทะลุ อาจได้แค่มองแง่บัญชี แต่ท่านก็ได้จุดประกายให้ใฝ่หาความรู้เพิ่ม ต้องบอกว่าผมนับถือเป็นอาจารย์เลยครับ

ขอบคุณมากสำหรับข้อคิดดีที่เป็

ขอบคุณมากสำหรับข้อคิดดีที่เป็นประโยชน์ เข้าใจง่าย

จากที่ไม่รู้อะไรเลยก็ได้รู้เร

จากที่ไม่รู้อะไรเลยก็ได้รู้เรื่องการลงทุนในหุ้นได้ระดับนึง..ซึ้งก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดและได้เห็นมุมมองและแนวคิดหลายๆอย่าง..

บทความดีมากเป็นประโยชน์อย่างย

บทความดีมากเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับนักลงทุนมือใหม่อย่างผม และสำหรับท่านผู้อื่นที่เป็นนักลงทุนทุกๆท่าน ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับท่าน

บทความดีมากเป็นประโยชน์อย่างย

บทความดีมากเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สำหรับนักลงทุนมือใหม่อย่างผม และสำหรับท่านผู้อื่นที่เป็นนักลงทุนทุกๆท่าน ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับท่าน

ให้ข้อคิดที่ดีมากครับ

ให้ข้อคิดที่ดีมากครับ เป็นทางสายกลาง ไม่หวือหวาดี ดูแล้วมีความเป็นไปได้มากกว่าการแนะนำให้รวยเร็วๆ ผลตอบแทนมากๆ ซึ่งเป็นไปได้ยาก เมื่อความโลภเข้าตา สุดท้ายมักจะสูญเสีย

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ

CAPTCHA
กรุณาพิมพ์อักษรในรูปภาพเพื่อป้องกันการส่งข้อความสแปม
Image CAPTCHA
กรอกตัวอักษรในรูปโดยไม่เว้นวรรค