Article 48 : ทำไมคนส่วนใหญ่จึงคิดสั้นเวลาจัดพอร์ตลงทุน? (ตอนที่ 2)

กราฟแสดงสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับช่วงอายุ 20-80 ปี

เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วผมได้ไปเข้าอบรมหลักสูตร “ทบทวนความรู้ด้านกฎหมายและจรรยาบรรณผู้จัดการกองทุน” ที่จัดขึ้นเป็นประจำโดยสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (AIMC) สำหรับผู้ที่ต้องการดำรงสถานภาพการเป็นผู้จัดการกองทุนเข้าอบรมทุกๆ 2 ปี    จึงอยากนำข้อความในสไลด์ที่อาจารย์ ดร. สันติ กีระนันท์ หนึ่งในวิทยากรผู้อบรมใช้ประกอบการสอนมาแบ่งปัน โดยคิดว่าน่าจะอธิบายหลักคิดของบทความตอนนี้ได้อย่างดี…

 

“1. บุคคลกับการลงทุน
1.1 คนปรกติบริหารการบริโภคของตนเองด้วยการจัดสรร wealth ของตนเองเพื่อการบริโภคในปัจจุบัน (Current Consumption) และการบริโภคในอนาคต (Future Consumption) โดยการจัดสรรนั้นมีความแตกต่างไปตามลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลเพื่อให้บรรลุความพึงพอใจสูงสุด (Utility Maximization)
1.2 เพื่อบริโภคในอนาคตก็ต้องมีการลงทุนหรือการออมดังนั้นการลงทุน คือ การเลื่อนอำนาจการบริโภคที่มีในปัจจุบันไปเป็นอำนาจการบริโภคในอนาคต

 

2. ปัจจัยที่นักลงทุนใช้ในการตัดสินใจ
2.1 นักลงทุนไม่ชอบความเสี่ยง (ความไม่แน่นอน)
2.2 นักลงทุนชอบผลตอบแทน (การเติบโตขึ้นของ Wealth)
2.3 ความพึงพอใจสูงสุดที่นักลงทุนจะได้รับจากการลงทุนเมื่อระดับของความเสี่ยงต่ำสุดและคาดหวังผลตอบแทนสูงสุด
2.4 อย่างไรก็ดี ทางเลือกในการลงทุนทั่วไปนั้น ถ้าหากมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นนักลงทุนก็จะเรียกร้องผลตอบแทนสูงขึ้น เพื่อชดเชยความเสี่ยง แต่ถ้าทางเลือกในการลงทุนมีความเสี่ยงน้อยลงนักลงทุนก็เรียกผลตอบแทนน้อยลงด้วย… ”

 

สาเหตุที่คนเราต้องคิดยาวๆเวลาจัดพอร์ตลงทุนก็เพราะการลงทุนเกี่ยวข้องกับการบริโภคในระยะยาว คือมนุษย์เราก็ต้องคอยจัดสรรความมั่งคั่ง (Wealth) ของเราอยู่ตลอดเวลาตราบที่ยังดำรงชีวิตอยู่ แค่การเลือกว่า 1) จะใช้เงินที่มีอยู่วันนี้ทั้งหมดไปกับการบริโภค หรือ 2) จะเก็บไว้ส่วนหนึ่งสำหรับอนาคตก็เป็น Investment Decision อันหนึ่งแล้วโดยอันนี้เห็นได้ชัดว่าทางเลือก 1) เป็นทางเลือกที่ไม่ปลอดภัยนักสำหรับผู้ที่ยังมีอนาคตรออยู่อีกไกล (อันที่จริงแล้วผมเชื่อและหวังว่าว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกข้อ 2)

 

คราวนี้เมื่อเลือกว่าจะเก็บไว้ส่วนหนึ่งสำหรับอนาคตก็ต้องมาดูว่าจะทำอะไรกับเงินที่เก็บไว้บ้าง หากจะเลือกเก็บเงินใส่ตุ่มก็ได้แต่เงินนั้นก็จะด้อยค่าลงทุกปีๆเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อ (รบกวนย้อนกลับไปอ่านบทความ”แผนรับมือเงินเฟ้อ” หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม) ดังนั้นก็ต้องให้เงินทำงานผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆที่กล่าวไปในตอนที่แล้ว

 

หากสรุปจากตอนท้ายในข้อ 1 ของอาจารย์จะสามารถกล่าวได้ว่า “การจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆจะมีความแตกต่างไปตามลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลเพื่อให้บรรลุความพึงพอใจสูงสุด” สำหรับตอนนี้ผมอยากนำ “อายุ” มาเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล…

 

โดยทั่วไปผู้ที่อายุน้อยจะมีลักษณะเฉพาะตัวเป็นผู้ที่หวังผลตอบแทนสูงและก็รับความเสี่ยงได้สูงกว่าผู้ที่มีอายุมากเนื่องจากมีระยะเวลาการลงทุน (Investment Horizon) ที่ยาวกว่าดังนั้นผมจึงเสนอกรอบสัดส่วนการลงทุนสำหรับช่วงอายุต่างๆคร่าวๆ ดังกราฟข้างล่างนี้ จะเห็นว่าสัดส่วนของตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำสุดจะเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ในขณะที่สัดส่วนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆจะค่อยๆลดลง

ทำไงดี?

ทำไงดี? อ่านเข้าใจง่ายขึ้นเรื่อยๆเลย...ไม่ธรรมดาซะแล้วอะ

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ

CAPTCHA
กรุณาพิมพ์อักษรในรูปภาพเพื่อป้องกันการส่งข้อความสแปม
Image CAPTCHA
กรอกตัวอักษรในรูปโดยไม่เว้นวรรค