เงินๆ-ทองๆ บนหน้ากระดาษ กระจกเงาในวันเผาจริง

 

"ตายๆๆ ยอดหนี้บัตรเครดิตบานขนาดนี้จะจ่ายไหวไหมนะ ขืนติดเครดิตบูโรคงแย่แหงๆ"

"เฮ้อ! อยู่ดีๆ ก็เจอเลย์ออฟซะงั้น แล้วจะทำมาหากินอะไรต่อละเนี่ย"

"อุตสาห์ตั้งใจเรียนจบ ดันไม่มีที่ไหนเปิดรับสมัคร สงสัยต้องนั่งวิจัยฝุ่นไปพลางๆ"

ถ้าคุณมีมนต์วิเศษที่สามารถล่วงรู้เสียงในใจของคนอื่นได้ พนันได้เลยว่าประโยคพร่ำบ่นพวกนี้ คงจะลอยเข้ามาปะทะหูเป็นลำดับต้นๆ

ก็ไม่เห็นจะแปลก เพราะดูจากสภาวะเศรษฐกิจตอนนี้แล้ว คงมีน้อยคนนักที่จะไม่วิตก

และในห้วงเวลาที่คอของหลายคนกำลังปริ่มๆ น้ำ คำแนะนำจากผู้รู้ (หรือคิดว่ารู้) จึงไม่ต่างกับขอนไม้ที่ลอยมาให้ต้องรีบคว้า

ขอนไม้หนึ่งที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็คือ หนังสือ

ยิ่งช่วงนี้ ถ้าลองไปเดินดูในร้านหนังสือแล้วละก็ มีสิทธิตาลายเลือกหยิบไม่ถูกเลยทีเดียว

"ตัวเลขจากแหล่งข่าวระบุว่า ในช่วงประมาณ 3 เดือนนี้ มีหนังสือที่อยู่ในกลุ่มบริหารจัดการการเงินทั้งที่พิมพ์เพิ่มและพิมพ์ใหม่ ออกวางตลาดประมาณ 300 ปก เฉลี่ยเดือนละ 100 ปก! ถือเป็นสัดส่วนที่น่าสนใจ ในวันที่มีปริมาณหนังสือใหม่เข้าร้านกว่า 1,000 ปกต่อเดือน

หลังจากที่เคยพ่ายแพ้ให้กับหมวดธรรมมะยุคปัจจุบัน และกลุ่มแรงบันดาลใจเพื่อการประสบความสำเร็จในชีวิตมาระยะหนึ่ง เรื่องของเงินๆ-ทองๆ ก็ขอรุกคืบอย่างเงียบๆ เพื่อทวงตำแหน่งคืน"

จากการสำรวจพบว่า สำนักพิมพ์ที่ครองใจตลาดนี้ ส่วนมากจะไม่ใช่รายใหญ่ แต่มักจะเป็นเจ้าที่มีฐานธุรกิจในด้านอื่นๆ อาทิ บิซบุ๊กในเครือเนชั่น โปรวิชั่น ซัคเซส มีเดีย บิสซี่เดย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือจากเว็บไซต์ที่คอช็อปปิ้งออนไลน์คุ้นเคยอย่าง Tarad.com

ที่น่าสนใจคือ กลุ่มที่ติดอันดับขายดีหรือเล่มใหม่ๆ ที่เพิ่งออกมา มักเน้นไปที่การบริหารเงินส่วนบุคคล โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า สภาวะขำไม่ออกแบบนี้ จะใช้เงินยังไงให้ลงตัว เพราะในวันที่ตัวเลขเงินเดือน โบนัส ยอดขาย ควบคุมไม่ได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือ ต้องวิธีการจัดการกับมัน

และถ้าจัดการไม่ได้เพราะหนี้บัตรเครดิตท่วมหัวละก็ อย่าท้อคิดหนีหนี้ซะล่ะ เพราะมีฮาวทูมาแนะนำเสร็จสรรพว่าควรเคลียร์หนี้อย่างมีสติยังไงดี แถมยังมีแฉทุกแง่มุมของคนทวงหนี้เอาไว้เป็นภูมิคุ้มกันให้ลูกหนี้อีก

หรือถ้าสถานการณ์ยังไหวอยู่ และหวังพลิกวิกฤตเป็นโอกาส จำพวกสร้างธุรกิจให้รุ่งในภาวะเศรษฐกิจร่วงก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะแนะวิธีการลงทุนในธุรกิจประเภทเครือข่าย,อาชีพอิสระต่างๆ,ลงทุนทองคำให้ทำเงินแทน และที่มาแรงคือ จำพวกวิธีสร้างเงินล้านซื้อ-ขาย อีเบย์ในโลกออนไลน์ ซึ่งกำลังเติบโตขึ้นทุกวัน

ยังไม่หมด เพราะเชื่อไหมว่าเวลานี้ธรรมะสามารถผสานรวมกับการเงินได้แล้ว เพราะนอกจากจะจัดการวิกฤตการเงินด้วยวิถีทั่วไป ยังสามารถหยิบเอาหลักธรรมมาประยุกต์กับเรื่องเงินๆ ทองๆ กลายเป็นวิธีบริหารการเงินแบบพุทธ ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว ยังมีบางเล่มที่เชื่อว่ารูรั่วทางการเงินเป็นเรื่องของกรรม-ที่ไม่ได้มีความหมายแค่การกระทำ เลยมีวิธีแก้ไขความซวยด้วยการแก้กรรมและเสริมดวง เอ่อ....... ก็อย่าลืมใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยแล้วกัน

จะว่าไปแล้วเจ้าวินัยทางการเงิน จะมาปลูกฝังกันตอนโตก็อาจจะสายเกิน แต่ปัญหาก็คือว่า นอกจากที่สอนๆๆ อยู่ทุกวันแล้ว ยังมีสื่ออื่นอีกบ้างรึเปล่าที่เข้าถึงเด็กๆ ได้ง่าย จะพึ่งหนังสือก็ไม่ไหว เพราะเท่าที่เห็นถ้าไม่ใช่สร้างมาเพื่อเด็กเล็กไปเลย ก็จะอยู่ในกรอบของคำว่าประหยัด-อดออมที่มาพร้อมรูปแบบเชยๆ

แต่แอบดีใจแทนเด็กรุ่นนี้จริงๆ เพราะแผงหนังสือตอนนี้มีหนังสือให้ความรู้ทางการเงินที่สนุกไม่แพ้การ์ตูนตั้งหลายเล่ม ทั้งเรื่องจริงของสาวน้อยชาวเกาหลี "เยดัม" ที่มีเงินเก็บ 10 ล้านวอน (เงินไทยประมาณ 2.4 แสนบาท) ตั้งแต่ 12 ขวบ! เป็นเงินที่มาจากจินตนาการบวกกับความคิดที่เกินเด็ก และการตั้งคำถามจากสุดยอดคุณแม่ ที่ให้ลูกสาวค้นหาแนวคิดที่ถูกต้องด้วยตัวเองอย่างไม่รู้ตัว หรือทึ่งกับความรวยแบบไร้ทฤษฎีของดีเจหน้าตากวนๆ เจมิกซ์-เจริญ แซ่จู ที่น่าจะจุดประกายไฟของความงกให้วัยรุ่นได้หลายคน

ถ้าขี้เกียจตาลายกับตัวอักษร การ์ตูนการลงทุนฝีมือคนไทยก็มี เพราะธนภัทร รุ่งธนาภิรมย์ ลูกชายของ เทพ รุ่งธนาภิรมย์ เจ้าของผลงานชุด "หุ้นห่านทองคำ" ที่นักลงทุนคุ้นเคยกันดี หยิบปากกามาวาดความสนุกกระชากใจวัยจี๊ดและยังได้เรื่องได้ราวเหมาะกับคนที่คิดจะเริ่มต้น เพราะผู้เขียนจับเอาตัวอักษรภาษาอังกฤษ 4 ตัว คือ E-A-R-N มาเป็นอัตราส่วนทางการเงิน 6 ตัว ที่เผยถึงเคล็ดลับความมั่งคั่งให้เข้าใจง่ายๆ และจำได้ไม่ยาก

ภาพรวมที่เห็นของหนังสือบริหารการเงิน คงเป็นกระจกที่สามารถสะท้อนความหวาดหวั่นของผู้คนในสภาวะที่เปลวไฟกำลังลุกเปรี๊ยะๆ อยู่ได้ไม่น้อย

"แต่ความรู้จากหนังสือร้อยพันเล่ม ก็คงไร้ประโยชน์ ถ้าขาดจุดเริ่มต้นอย่าง "วินัยทางการเงิน""

หน้า 24

http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01ent01180252&sectionid=0105&day=2009-02-18

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11302 มติชนรายวัน

ถูกต้องนะครับ

ถูกต้องนะครับ

นั่นสิครับ เห็นด้วย 100%

นั่นสิครับ เห็นด้วย 100% ผมคิดว่าบางครั้งเรื่องการเงินก็คล้ายๆกับเรื่องธรรมะ คือเป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไปที่จะเรียนรู้ แต่จะควบคุมตนเองได้นั้น ยากยิ่งกว่า

ถ้าทุกคนมีวินัยด้านการเงิน

ถ้าทุกคนมีวินัยด้านการเงิน รู้จักประมาณตนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเงินคงน้อยลง

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ

CAPTCHA
กรุณาพิมพ์อักษรในรูปภาพเพื่อป้องกันการส่งข้อความสแปม
Image CAPTCHA
กรอกตัวอักษรในรูปโดยไม่เว้นวรรค