Article 13 : ผู้นำในฝัน

          

จากการเฝ้าติดตามดูผลประกอบการของบริษัทที่ได้ลงทุนไป ผมพบว่าบริษัทที่มี CEO ที่ดีและเก่ง มักจะมีความสำเร็จที่สูงกว่า

          ผมจึงให้ความสำคัญกับการประเมินผลตัว CEO และได้พบกับแบบฟอร์มในการชั่งคุณภาพของCEO โดยคณะกรรมการบริษัท ซึ่งมีด้วยกัน 8 ข้อคือ

·         การวางแผนกลยุทธ์

·         ภาวะผู้นำ

·         ผลลัพธ์ทางการเงิน

·         การบริหารงาน

·         การพัฒนาและการสืบทอด

·         การดูแลคน

·         การสื่อสาร

·         ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ

ซึ่งเมื่อผมนำมาใช้ประเมินกับ CEO ที่ผมรู้จัก พบว่าคนที่เจ๋งจริงๆจะได้คะแนนเต็ม 5 เกือบทุกข้อ

ที่สำคัญคือคนเหล่านี้มีลักษณะโดดเด่นของผู้นำ

          ผมจึงหันมาทำความเข้าใจกับเรื่องภาวะผู้นำ ที่เรียกกันว่า Leadership ให้มากขึ้น เพราะเริ่มคิดว่าภาวะผู้นำเป็นเรื่องจำเป็นยิ่งของ CEO

          สิ่งที่ยืนยันความคิดนี้มาจากลม เปลี่ยนทิศ เจ้าของคอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย ในไทยรัฐ

ชื่อ 'อยู่อย่างไทย ทำงานอย่างฝรั่ง' พูดถึงทางกลุ่ม ซีพี ได้ไปเชิญ ศ.เอนคาร์เนชั่น จาก ฮาร์วาร์ด

มาช่วยในการจัดตั้ง Leadership Center แต่ดูเหมือนเป้าหมายคือพัฒนาผู้นำในระดับต่างๆของเครือซีพี

ไม่ได้เน้นเฉพาะ CEO

          ผมหวังว่า Centerนี้จะเปิดกว้างและเน้นการฝึกอบรมให้กับ CEO จากนอกเครือบ้าง เช่นเดียวกับที่เรามี IOD สำหรับอบรมกรรมการ และสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยที่อบรมผู้ถือหุ้น

เพราะเมืองไทยยังต้องการ CEO ดีและเก่งมาเป็นแม่ทัพกันอีกมาก

          จากการที่ได้ติดตามด้านการสร้างผู้นำ ผมได้ไปเจอหนังสือเล่มเล็กๆ ชื่อ สุดยอดผู้นำ

จัดพิมพ์โดยซีเอ็ด แปลจาก “ The Handbook for Leaders” ของ McGrawhill เขียนโดย John H.Zenger. และ Joseph Folkman ผู้แปลและเรียบเรียงคือ ดร.ฐิติพร  ชมภูคำ

          ผมรีบซื้อมาอ่านด้วยความสนใจ แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะแนวคิดที่นำเสนอชัดเจนและง่ายมาก

ซึ่งผู้เขียนฟันธงเลยว่าใครๆก็สามารถกลายเป็นผู้นำที่เจ๋งได้ ด้วยหลักการ 5 ข้อเท่านั้น คือ

·         ลักษณะนิสัย

·         ความสามารถส่วนบุคคล

·         การมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์

·         ทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์

·         การนำการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในองค์กร

ผมชอบใจมากครับ

ที่ได้แบ่งคุณสมบัติของผู้นำออกมาเป็น 5 เรื่องอย่างชัดแจ๋วแหว๋ว อ่านแล้ว นึกออกเลยว่า ผู้นำต้องมีและทำอะไรบ้าง!! ถือเป็นหนังสือดีที่ทุกคนควรมี

          ขออนุญาตพูดถึงแต่ละหัวข้อแบบสั้นๆนะครับ

1. ลักษณะนิสัย

เรื่องนี้เป็นประเด็นหัวใจ คือ ผู้นำต้อง

·         รักษาคำพูด

·         ให้เกียรติคน

·         เป็นคนเปิดเผย

·         คิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว

·         มองคนแบบเชิงบวก

·         มุ่งให้ความร่วมมือ

·         ปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ

              คนที่พูดอย่างทำอย่างไม่มีสิทธิได้คะแนนในข้อนี้ เซียนหุ้นบางคนบอกว่า ถ้าได้อ่านรายงานประจำปีย้อนกลับไปหลายๆปี จะพอดูออกว่า CEO ทำได้ตามที่สัญญาหรือไม่

2. ความสามารถส่วนบุคคล

ต้องเก่งและรู้เรื่อง

·         ธุรกิจที่รับผิดชอบ

·         สินค้าหรือบริการที่นำเสนอ

·         การวิเคราะห์ปัญหาและการแก้ไข

·         การนำเสนอ

·         การนำเทคโนโลยี่มาใช้

              ขอเสริมว่าต้องกล้าตัดสินใจอย่างมีความเชื่อมั่นด้วย เวลาฟัง CEO พูดในOpportunity Day แล้วพอดูออกว่าเก่งจริงหรือเก่งเทียม

3. มุ่งเน้นที่ผลลัพธ์

คือสามารถแปลงความคิดให้เป็นผลงานได้ด้วยการ

·         สร้างเป้าหมายที่ท้าทาย

·         สนับสนุนให้กลุ่มดำเนินการตามเป้า

·         ให้คำแนะนำและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ตรงนี้ดูได้ง่ายจากตัวเลขผลประกอบการย้อนกลับไปหลายๆปี

ว่ามีแนวโน้มดีขึ้นหรือแย่ลง

4. ทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์

ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะผู้นำบางคนเก่งแต่เน้นที่ผลลัพธ์

แต่ไม่เก่งเรื่องคน  ทำให้มีปัญหาในการสร้างทีมงาน ไปอย่างน่าเสียดาย  ถ้าเก่งงานและเก่งคนด้วย

สุดท้ายจะเป็นCEO ชั้นยอดแน่นอน ดังนั้น CEO จึงต้อง

·         สื่อสารอย่างทั่วถึง

·         กระตุ้นผู้อื่นให้มีผลงาน

·         ทำให้คนอื่นไว้วางใจ

·         พัฒนาคนอื่น

·         ร่วมมือและพัฒนาทีมงาน

·         ฝึกหัดทุกคนให้เป็นผู้นำ

CEO คือแม่ทัพ จะรบใหญ่ต้องมีผู้ช่วยแม่ทัพแจ๋วๆช่วยหลายคน

ถ้าแต่ละคนมีฝีมือและอยู่นานก็คงพอบอกได้ว่า CEO เก่งเรื่องคนหรือไม่

5. ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขององค์กร

ผู้นำที่ดีจะนำให้องค์กรมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

·         สร้างวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล

·         ทำให้วิสัยทัศน์เป็นเป้าหมายที่ชัดเจน

·         ทำให้คนอยากร่วมมือร่วมใจในการเปลี่ยนแปลง

กลยุทธ์การรบต้องมีการพลิกแพลงไปตามสถานการณ์ CEO จึงต้องมียุทธศาสตร์ใหม่ๆ

 ในการสร้างมูลค่าหุ้นโดยต้องศึกษาติดตามกระแสความเปลี่ยนแปลงของลูกค้าตลาด  เพื่อนำหน้าคู่แข่งขันได้อย่างทันเกม

          ถ้า CEO มีคุณสมบัติส่วนใหญ่ตามที่กล่าวไว้ ก็ถือว่าสอบผ่านในฐานะผู้นำของกองทัพ(หุ้น)

ผู้ถือหุ้นก็สบายใจ นอนตาหลับได้

          เพราะเมื่อเป็นผู้นำแบบในฝันแล้ว การทำผลงานดีๆให้ผู้ถือหุ้นก็ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

          แต่ถ้าตรวจสอบแล้ว  CEO คนไหนยังทำได้คะแนนน้อยอยู่ ต้องรีบปรับปรุงนะครับ

ไม่งั้น เดี๋ยวถูกสภาสงครามคือคณะกรรมการบริษัท สั่งปลดกลางอากาศ

          จะหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะครับ

บทความตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร M&W

 

                                                           

 

 

 

เห็นด้วยกับ net 100% เลยครับ

เห็นด้วยกับ net 100% เลยครับ สมัยที่กำลังตัดสินใจว่าจะเรียน MBA ที่ไหนนั้น พี่เคยเข้าไปฟังในวันเปิดรับสมัครเรียน MBA ของมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่ง มีการพาชมห้องที่จะใช้สอนการลงทุนในหุ้นโดยใช้โปรแกรม ลักษณะคล้ายๆกับที่ net เล่า คือเป็นการเทรดหุ้น นั่นคือนานมาแล้ว ล่าสุดมีรุ่นน้องท่านหนึ่งมาปรึกษาเกี่ยวกับ paper ที่จะต้องส่ง เป็นวิชาการลงทุนเช่นเดียวกัน แต่พอฟังว่าเรียนอะไรบ้าง ก็เจอรูปแบบนี้เลย คือ อ. ให้จัดพอร์ตแข่งกัน แล้วดูว่าเมื่อถึงวันที่กำหนด ทีมไหนที่ได้กำไรเยอะสุด เป็นผู้ชนะ ..... พี่จึงเห็นด้วยกับ net ว่าการสอนเช่นนี้ มันส่งผลในทางชี้นำให้เป็นนักเก็งกำไรกันมากกว่านะครับ :)

สวัสดีครับ พี่นนท์

สวัสดีครับ พี่นนท์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผมได้เข้ารับการอบรม ในวิชา หลักการลงทุนและวิเคราะห์หลักทรัพย์ เนื่องจากผมเรียนสาขาการเงินและการธนาคาร ที่ผมชอบในมหาวิทยาลัย ในการอบรมครั้งนั้นเป็นโครงการ Invesment คือ การเทรดหุ้นนั้นเอง ซึ่งได้ความอนุเคราะห์โปรแกรมจากตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งพอถึงเวลา แข่งขันกันภายในชั้นเรียน ซึ่งเป็นเวลาสั้นๆ ทำให้ผมคิดว่าเป็นหลักการสอนที่ไม่ถูกต้อง เสมือนเป็นการฝึกหัดนักเก็งกำไร ในทางอ้อม โชคดีที่ผมได้ศึกษาหลักการลงทุนมาพอสมควรจึงทำให้ผมพอรู้เท่าทันการเก็งกำไรเสมือนแบบหวังพึ่งโชคดวง จากการสอบถามเพื่อนร่วมชั้นเรียน ว่ามีความรู้สึกอย่างไรในการอบรมครั้งนี้ เขาบอกผมว่า สนุกดี ถ้าเป็นเงินจริงคงได้กำไรโดยง่าย แค่นี้ก็เสมือนเป็นการปลูกฝังในทางอ้อม ให้เป็นนักเก็งกำไรในอนาคต แต่ใครจะไปทราบได้ว่าการเก็งกำไรนั้นอาจทำให้เขาร่ำรวยก็ได้ แต่ในความคิดของผม ผมคิดว่าเป็นการสอนที่ไม่ถูกต้องมากนัก ถ้าจะสอนผมว่าสอนวิเคราะห์งบการเงินดีกว่า สอนการประเมิณบริษัทที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอและลงทุนระยะยาว จะมีประโยชน์มากกว่าเพราะในระยาวแล้วจากสถิติการลงทุนระยะยาว เป็นการลงทุนที่ปลอดภัยกว่า การเก็งกำไรระยะสั้น...........
จากเด็กน้อยผู้ด้อยประสบการณ์

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ

CAPTCHA
กรุณาพิมพ์อักษรในรูปภาพเพื่อป้องกันการส่งข้อความสแปม
Image CAPTCHA
กรอกตัวอักษรในรูปโดยไม่เว้นวรรค