Article 20 : Active VS. Passive (comic)

 

Active VS. Passive

รายได้ของคนเรา สามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดหลักๆ ก็คือ Active income กับ Passive income

1. Active income คือรายได้ที่เกิดจากการออกแรงทำงานด้วยตนเอง เช่น ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือน ก็จะมีรายได้เป็นเงินเดือน หรือ โบนัส แต่ถ้าเป็นอาชีพอิสระ หรือ Freelance ก็จะมีรายได้เป็นค่าจ้าง หรือ ค่าบริการ ตามแต่ประเภทของงาน จุดสำคัญคือตัวของเราเป็นแหล่งที่มาของรายได้ เราใช้เวลาของเราเองเพื่อทำงานแลกกับค่าตอบแทน ดังนั้นถ้าเราหยุดทำงาน รายได้ Active ก็จะหยุดตามไปด้วย

2. Passive income คือรายได้ที่เกิดจากการใช้เงินทำงานแทน ถึงแม้เราหยุดทำงานแล้ว แต่รายได้ยังไม่หยุด เช่น เอาเงินไปลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผลดีๆ  ถึงเวลาบริษัทจ่ายเงินปันผลให้เรา โดยไม่สนว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ อีกตัวอย่างคือ ให้คนเช่าคอนโด ก็ได้รับค่าเช่ารายเดือนโดยไม่ต้องทำงานเช่นกัน ถ้าวันใดที่รายได้ Passive เท่ากับค่าใช้จ่าย วันนั้นเราก็มีอิสรภาพทางการเงินนั่นเอง

แต่โดยส่วนใหญ่ Passive income ต้องใช้การลงทุนค่อนข้างสูงจึงต้องมีเงินก่อน ซึ่งตรงนี้ Active income มีบทบาทสำคัญอย่างมาก ถ้าเราทำงานหาเงิน Active ได้มาก ก็จะมีเงินไปลงทุนในทรัพย์สินที่ทำให้เกิด Passive income ซึ่งจะนำไปสู่อิสรภาพทางการเงิน

          สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้จากหนังสือตระกูล ‘Rich Dad’ ซึ่งเป็นผู้จุดประกายให้ concept นี้โด่งดัง

HUG magazine vol.05 April 2009

ที่เขียนลง HUG

ที่เขียนลง HUG เล่มเดือนกรกฎาคมนี้จะเป็นเกี่ยวกับพลังผลตอบแทนทบต้นนะครับ net ที่เลือกใช้คำว่า 'ผลตอบแทน' แทนคำว่า 'ดอกเบี้ย' เพราะดูน่าจะเหมาะกับช่วงเวลาปัจจุบันมากกว่า

ถูกต้อง นะครับ

ถูกต้อง นะครับ สำหรับหนังสือริชแดด ชอบประโยคอยู่ประโยคหนึ่งคือ นักลงทุนที่เชื่องช้าย่อมพ่ายแพ้กระแสเงินสดที่รวดเร็ว ขออ้างอิงหน่อยครับ ถ้าทำได้แบบนี้อิสรภาพทางการเงิน จะหนีไปไหนได้ อยู่แค่เอื้อมมือรอเวลาเท่านั้นที่จะไปคว้ามา ครับผม ขอบคุณครับพี่นนท์

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ

CAPTCHA
กรุณาพิมพ์อักษรในรูปภาพเพื่อป้องกันการส่งข้อความสแปม
Image CAPTCHA
กรอกตัวอักษรในรูปโดยไม่เว้นวรรค