เมื่อปลายเดือนที่แล้วได้มีโอกาสไปออกรายการ Smart Planning ที่ช่อง Money Channel ของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยเป็นหัวข้อที่พูดถึงเกี่ยวข้องกับการลงทุนในทองคำ เนื่องจากเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีในปี 2009 คือราคาทองโลกปรับตัวขึ้นเกือบ 30% หลายคนจึงอยากทราบว่าราคาทองคำจะเป็นอย่างไรต่อไปในปีเสือนี้…
โดยรวมผมเล่าให้พิธีกรรายการคุณมะเหมี่ยว ฟังว่าปัจจัยหลักในการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาดังกล่าวปัจจัยหนึ่ง คือการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐที่หย่อนลงกว่า 4% (สำหรับประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างค่าเงินดอลลาร์กับราคาทองคำรวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ผมจะเล่าให้ฟังในคราวหน้าครับ) ในขณะที่ธนาคารกลางต่างๆ ก็ได้เข้าซื้อทองคำเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นเงินสำรองทดแทนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กำลังได้รับความเชื่อมั่นน้อยลงในฐานะสกุลเงินกลางสำหรับการค้าโลก…
ผมคงเปิดประเด็นที่ต้องขยายความเล่าสู่กันฟังในครั้งต่อไปมากพอสมควรแล้ว จึงขอสรุปด้วยปัจจัยที่น่าจะสนับสนุนราคาทองคำไปใน 12 เดือนข้างหน้าดังนี้ครับ
1. การอ่อนค่าของดอลล่าร์สหรัฐ - คาดการณ์ว่ากลุ่มสหภาพยูโร (EU) จะมีมาตรการช่วยเหลือประเทศกรีซออกมาในช่วง 2 – 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งจะลดความกดดันของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลยูโร/ดอลล่าร์สหรัฐ โดยคาดว่าอัตราแลกเปลี่ยนสกุลยูโรน่าจะกลับขึ้นมาอยู่ที่ 1.38 – 1.40
แม้ว่าในระยะสั้นค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐจะแข็งค่าขึ้น เนื่องจากเงินทุนไหลเข้าหา Safe haven แต่ยังมีการคาดการณ์ว่าดอลล่าร์สหรัฐน่าจะอ่อนตัวลงต่อเนื่องในระยะยาว เมื่อเทียบกับสกุลเงินของประเทศเกิดใหม่(รวมประเทศไทยด้วย) เนื่องจากแนวโน้มการขาดดุลการคลังในระดับสูงต่อเนื่องไปอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 5 ปีจากปัญหาเรื้อรังของวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ ในขณะที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯน่าจะเติบโตได้ช้ากว่าเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเกิดใหม่อย่างมีนัยสำคัญ
2. อุปสงค์และอุปทานทองคำ เริ่มเข้าสู่ภาวะสมดุล – คาดว่าจะยังไม่มีการผลิตทองคำใหม่ๆในช่วง 5 – 10 ปีข้างหน้า และ IMF และธนาคารกลางชาติต่างๆชะลอการขายของ gold reserve อย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่กลางปี 2000 นอกจากนั้นมีความต้องการทองคำเพื่อใช้ในการผลิตเครื่องประดับและชิ้นส่วนอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น จากประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) และธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้ก็ได้เพิ่มการลงทุนในทองคำสำหรับสำรองอัตราแลกเปลี่ยน (FX Reserve)
3. มองทองคำเป็นการลงทุนและเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง – เริ่มมีการลงทุนในทองคำมากขึ้น เนื่องจากมองว่าเป็นกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนอย่างหนึ่ง ทำให้มีความต้องการลงทุนในทองคำของทั้งนักลงทุนสถาบันและรายย่อยเพิ่มมากขึ้น และพบว่าการลงทุนทองคำเป็นเครื่องมือการป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดจากเงินเฟ้อที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นการลงทุนในทองคำยังนิยมเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเกิดเหตุการณ์เชิงลบและวิกฤตการณ์ต่างๆ เช่น ความล้มเหลวของตลาด และความไม่สงบทางการเมือง เป็นต้น
แนวโน้มราคาทองคำ ทางเทคนิค

ผมคาดว่าราคาทองคำในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้าน่าจะอยู่ในช่วง USD1,050-1,150 ต่อออนซ์เนื่องจากตลาดทุนทั่วโลกยังรอมาตรการช่วยเหลือประเทศกรีซโดยกลุ่มสหภาพยูโรด้วยความระมัดระวัง อย่างไรก็ตามในระยะยาวราคาทองคำน่าจะปรับตัวขึ้นจากช่วงราคานี้ไปได้โดยผมคาดว่าราคาทองคำมีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับ High เดิมคือ USD1,250 ต่อออนซ์ ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
คาดการณ์ราคาทองคำจากสำนักต่างๆ

Source: Deutsche Bank, Goldman Sachs, Bank of America Merrill Lynch,
RBS, Societe Generale, Bloomberg
*หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของคอลัมนิสต์เท่านั้น ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความและการลงทุน


โอ๊ะ เพิ่งเห็นว่าใช้ log in
โอ๊ะ เพิ่งเห็นว่าใช้ log in คุณนนท์ post ตอบคุณ Bejuk ไปซะงั้นต้องขอประทานโทษอย่างสูงและไม่ได้ปั่นกระทู้ตัวเองนะครับ
ทำไงดีๆ :)
ทำไงดีๆ :)
ทองดูเป็นการลงทุนที่ไม่เคยนึก
ทองดูเป็นการลงทุนที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน
เคยเห็นแต่คุณแม่เพื่อนเล่นกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
(ทำไมคนรู้จักที่เก็งกำไรกับทองจะเป็นคุณแม่เพื่อน555)
จริงๆอาจจะเป็นทางเลือกลงทุนที่ดีมากก็ได้นะคะเนี่ย
เห็นมีแต่ขึ้นๆๆ ตามกาลเวลา
อยากดูรายการที่คุณวินไปออกมั่งค่ะ
=D
ผมก็ยังไม่ได้ดูเทปที่ตัวเองออ
ผมก็ยังไม่ได้ดูเทปที่ตัวเองออกเลยครับ อิอิ เพราะไม่รู้ว่ามันออกตอนไหน จริงๆแล้วทองเป็นการลงทุนที่น่าสนใจมานานแล้วครับเพียงแต่ก่อนหน้านี้การลงทุนในทองคำยังมีทางเลือกไม่มากนัก ส่วนมากจะซื้อลงทุนเป็นทองแท่ง ทองรูปพรรณ ซึ่งต้องการที่เก็บเป็นสัดเป็นส่วน เกริ่นไว้ก่อนเลยละกันว่าตอนหน้าจะมาเล่าให้ฟังถึงทางเลือกในการลงทุนทองคำซึ่งปัจจุบันมีอยู่หลากหลายทางเลือกพอควร และจะพยายามไม่หายไปยาวๆอย่างที่ผ่านมาแล้วนะครับ...
จริงๆ สาเหตุที่หายไปกว่า 2 เดือนก็น่าสนใจพอมาเล่าสู่กันฟังได้เป็นตอนๆเลยทีเดียว อิอิ...
แสดงความคิดเห็น