Article 62 : ทำไมต้องลงทุนต่างประเทศ ?

ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาผมได้ย้ายแผนกในบริษัทเดิมจากจัดการกองทุนหุ้นไทยไปรับผิดชอบการลงทุนกองทุนต่างประเทศและออกผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ  โอ้!…ผมไม่เคยบอกเลยใช่มั้ยครับว่าผมทำงานอยู่ที่หลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย หรือ ที่คนส่วนใหญ่เรียกสั้นๆว่า บลจ. กสิกรไทย นี้นี่เอง (ให้คิดถึงเสียงคนพากษ์ทีวีแชมเปี้ยนประกอบไปด้วย)

 

จากหน้าที่รับผิดชอบใหม่เลยได้รับมอบหมายให้ไปเป็นวิทยากรในงานสัมมนาที่จัดสำหรับลูกค้าธนาคารกสิกรไทยที่จัดเป็น

ซีรียส์เรื่อยมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่แน่ใจ รู้แต่ว่ามีประมาณ 3 เดือนครั้งโดยจะใช้ชื่องานสัมนาว่า Wisdom of Wealth แล้วก็ตามด้วยหัวข้อที่งานในวันนั้นจะพูดถึง ในครั้งนี้ชื่องานคือ Wisdom of Wealth: Opportunities beyond Thailand ซึ่งเล็งที่จะกล่าวถึงว่าทำไมเราจึงต้องออกไปลงทุนต่างประเทศ ผมเลยอยากเอาสไลด์ของวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิอีกท่านที่หลายคนคงรู้จักกันดีและเป็นเจ้านายเก่าของผมเอง คุณ วิวรรณ ธาราหิรัญโชติมาแบ่งปันในตอนนี้

 

 

จากกราฟ 2 รูปข้างบนคงเห็นเป็นอย่างดี ถึงขนาดของตลาดหุ้นไทยเมื่อเทียบกับตลาดโลก เอาแค่ในตลาดภูมิภาคเอเชีย

แปซิฟิคตลาดไทยเรามีขนาดคิดเป็นแค่ 1% ของตลาดรวมในภูมิภาคเมื่อไปถึงระดับโลกซึ่ง ตลาดเอเชียแปซิฟิค คิดเป็นแค่ 1 ใน 3 แล้วละก็ตลาดไทยก็จะมีน้ำหนักคิดเป็นเพียง 0.33 x 1% หรือแค่ 0.33% เท่านั้น

 

เพราะฉะนั้นการที่เราจำกัดการลงทุนของเราไว้เฉพาะในตลาดหุ้นไทยก็ย่อมเป็นการจำกัดโอกาสไปลงทุนในพื้นที่ที่เหลืออยู่อีกถึง 99.67% เลยทีเดียว หลายคนพอพูดถึงตลาดสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ก็ยังอาจจะติดอยู่กับภาพการล่มสลายที่น่ากลัวของระบบการเงินตะวันตกที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นในบริเวณดังกล่าวหล่นตุ้บตั้บกันลงไปอย่างไม่เป็นท่า และ อาจจะคิดว่าดีแล้วที่ไม่ได้ไปลงทุนก่อนหน้านี้ แต่ผมอยากให้ค่อยๆหันกลับมามองตลาดเหล่านี้เนื่องจากดัชนีชี้นำเศรษฐกิจโลกต่างๆก็ส่งสัญญาณว่ากำลังฟื้นตัวและสำนักวิเคราะห์วิจัยรวมถึงนักเศรษฐศาสตร์ดังๆต่างก็มองว่าสิ่งเลวร้ายที่สุดได้ผ่านไปแล้ว ในขณะที่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาในระดับนี้ทำให้ Valuation มีความน่าสนใจกว่าแต่ก่อนเกิดวิกฤตโดยบริษัทข้ามชาติยักษใหญ่อย่าง เนสท์เล่ ที่เรารู้จักกันดีตอนนี้ก็ให้ปันผลสูงถึงราว 5-6%

 

มาถึงตรงนี้ผมไม่ได้ต้องการให้ทุกท่านที่อ่านเสร็จแล้วตรงรี่ออกไปซื้อลงทุนหุ้นต่างประเทศทันทีเลยนะครับเพราะในช่วงสั้นๆที่ผ่านมาราคาหุ้นโลกก็ได้ปรับขึ้นไปค่อนข้างแรงและเร็วน่าจะมีโอกาสหย่อนลงไปบ้างและนั่นก็จะเป็นจังหวะสำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าลงทุนจริงๆ สำหรับตอนนี้ผมเพียงแค่ต้องการให้ทุกท่านทราบไว้เพียงแต่ว่ายังมีโอกาสลงทุนอีกมากมายในต่างประเทศก็พอครับ…

by ธนวัฒน์ รุ่งธนาภิรมย์

*หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นของคอลัมนิสต์เท่านั้น ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความและการลงทุน

 

ขอบคุณคุณ TheViZ ด้วยคนครับ

ขอบคุณคุณ TheViZ ด้วยคนครับ ยังไงก็ต้องขอบคุณจริงๆครับ :)

พูดถึง หุ้นห่านทองคำ เล่มพิมพ์ครั้งแรก

น่าจะกลายเป็นเล่มหายากไปแล้วนะครับ

เพราะพิมพ์ครั้งต่อมาก็เปลี่ยนรูปปกไปเลย

ขอแสดงความชื่นชมกับBlogดีๆ

ขอแสดงความชื่นชมกับBlogดีๆ บทความดีๆ อย่างที่นี่ครับ พวกผมต่างหากครับที่ต้องขอบคุณคุณ Winny และพี่ๆน้องๆที่นี่โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอาจารย์เทพครับ ติดตามผลงานหนังสือ series ห่านทองคำของท่านมาตั้งแต่เล่มแรกพิมพ์ครั้งแรกจำได้ว่าผมซื้อที่ร้านหนังสือติดกับห้องสมุดตลาดหลักทรัพย์ ตามมาทุกเล่ม การ์ตูน earn concept ของคุณนนท์ เด็ดมากครับ ผมซื้อแจกน้องๆผม+เพื่อนๆที่ทำกิจการหรือลงทุนในหุ้น ชมกันทุกคนครับ สงกรานต์นี้ขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งครอบครัวครับ

ขอบคุณคุณ TheViz

ขอบคุณคุณ TheViz ครับที่เข้ามาอ่าน ต้องเรียนตรงๆว่าข้อมูลเหล่านี้ค่อนข้างหาไม่ง่ายนัก แต่ผมอยู่ในสายอาชีพนี้เลยมีข้อมูลไหลเข้ามาตลอด อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ตันซะทีเดียว สำหรับผู้สนใจทั่วไปสามารถเริ่มต้นได้จาก Internet โดย ไซต์เช่น finance.yahoo.com, bloomberg.com, cnbc.com หรือที่ผมใช้ประจำสมัยเรียน MBA คือ hoovers.com ก็พอเป็นจุดเริ่มต้นให้ไปสู่ข้อมูลการเงินอื่นๆของบริษัทที่คุณสนใจอยู่ได้

ขอบคุณสำหรับการเปิดโลกทัศน์คร

ขอบคุณสำหรับการเปิดโลกทัศน์ครับ มีข้อรบกวนขอถามเป็นวิทยาทานครับ ว่าเราจะหาดู ขนาดของไข่ห่าน(Dividend per share & % Dividend yield )ยุโรป อเมริกา หรือ ขนาดไข่ห่านในประเทศเพื่อนบ้านเช่น ห่านสิงคโปร์ หรือ ห่านฮ่องกงได้ที่ไหนครับ ขอบคุณครับ

เหนือฟ้ายังมีฟ้าและฟ้ากว่า!

เหนือฟ้ายังมีฟ้าและฟ้ากว่า!

เขียนได้เปิดโลกทัศน์มากเลยครั

เขียนได้เปิดโลกทัศน์มากเลยครับ :)

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ

CAPTCHA
กรุณาพิมพ์อักษรในรูปภาพเพื่อป้องกันการส่งข้อความสแปม
Image CAPTCHA
กรอกตัวอักษรในรูปโดยไม่เว้นวรรค