Article 28 : Clearing the Space # 01

วันนี้เช้าเดินเข้าออฟฟิศมาก็ได้พบเจอคุณพี่อินทีเรียสาวข้างบ้าน (เป็นผู้ที่share officeเดียวกัน)

เดินมาด้วยใบหน้ามุ่งมั่น พร้อมกล่าวว่า

 

เบลล์ ชั้นขอร้องเลยนะ

/ ทำไมคะคุณพี่

ก่อนจะทำอะไร เก็บโต๊ะก่อน รกม๊าก!! แล้วนี่อะไร ที่สุมๆนั่นอะไร ขยะรึเปล่าเนี่ย

/ ไม่ขยะนะ ของเค้าา เค้าใช้ นั่นก็ของลูกค้า

งั้นก็เก็บเลย ชั้นเห็นมันกองมานานแล้ว โอ๊ยย ห้องนี้

/ โหย ไม่ได้อะ ต้องรีบปั่นงานส่งภายในสิบโมงเนี่ย

เก็บก่อนๆ เชื่อชั้น แล้วจะทำงานได้ดีขึ้น

/ ... งืออออออ T_T

ไม่ต้องมางือๆ!!!

 

(สิ้นจากคำขาดนั้นดิชั้นก็กุลีกุจอเก็บข้าวของลงลิ้นชักและโต้ะใกล้เคียงโดยใช้เวลาประมาณสิบนาทีถ้วน)

 

แปลกมากที่เวลาโต๊ะทำงานมันโล่งๆ

ก็จะรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นจริงๆนะคะ

 

แม้เรื่องที่พี่สาวใจดีออฟฟิศข้างๆได้ให้เป็นบทเรียน จะไม่เกี่ยวข้องกับความมั่งคั่งเสียทีเดียว

แต่มันก็มีประเด็นที่ทำให้ฉุกคิดอยู่เหมือนกันนะคะ

เวลาคนเราทำงานท่างกลางโต๊ะที่รกรุงรัง ก็มักจะทำงานได้ช้าลงเพราะหาอะไรไม่เจอ

หรือแม้แต่ไฟล์ในคอมพิวเตอร์ ถ้าดิชั้นไม่ได้จัดเข้าที่นานๆเข้า เครื่องจะยิ่งช้าลงค่ะ

หรือเอาง่ายๆเวลาที่ตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยผ้ากองกันรกๆ ดิชั้นก็จะรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะใส่ (ทั้งๆที่มันก็กองอยู่เต็มตู้!!)

 

อย่ากระนั้นเลย

แล้วเรื่องการเก็บเงินเพื่อความมั่งคั่งของดิชั้นล่ะ!? ต้องการการเคลียร์พื้นที่ด้วยหรือไม่?

โอเคมันเกี่ยวข้องกันอย่างนี้ล่ะคะ

 

คราวนี้ก็ขอกล่าวย้อนถึงเรื่องโครงการเก็บเงินมูลค่า 8,500 บาทต่อเดือนเสียหน่อย

หลังจากได้ประกาศกร้าวไปในบทความคราวก่อน (ว่าดิชั้นจะเริ่มสร้างวินัยในการออมเงิน

และทำให้เกิดเงินแสนก้อนแรกที่นอนนิ่งในธนาคารก่อนเดือนกรกฎาคม 2553)

ดิชั้นก็ได้ทำการประกาศแต่ไม่กร้าวมาก กับหลายๆคนในชีวิตด้วยว่า

นี่ๆ ชั้นจะหัดเก็บเงินให้ได้เดือนละ 8,500 นะ

 

เสียงตอบรับที่น่ายินดีส่วนใหญ่ก็จะเป็นดังนี้

เออ ตอนนี้มีเงินกินข้าวรึเปล่าเหอะ

เก็บด้วยดิ อยากเก็บตังค์เหมือนกัน

ถ้าเก็บเดือนละแปดพันห้าจะอยู่ยังไงคะ ไม่ซื้ออะไรเหรอ

กิ๊บก็เก็บนะ เก็บเดือนละหมี่น ตัดไปเลยตอนได้เงินมาอะ เวิร์คนะ

บ้าไปแล้วแกบ้าไปแล้ว

เหรอลูก ดีๆๆ (แล้วก็ยิ้มอ่อนโยนแต่แววตาดูไม่ค่อยเชื่อ)

 

ผลตอบรับก็แนวๆนี้นะคะ หลากหลายกันไป

แต่ในระหว่างอาทิตย์จิตใจของดิชั้นก็เริ่มสั่นหวั่นไหวอย่างไรบอกไม่ถูก

จู่ๆก็มีเสียงในหัวสมองถามว่ามันจะ Possible หรือเปล่ากับเป้าหมายนี้

เลยทำการถาม-ตอบตัวเองเช่นเคย เพื่อให้เกิดการบรรลุขึ้นนะคะ

 

ทำไมถึงคิดว่าเป็นไปไม่ได้ล่ะ (ไม่รู้สิ ไม่มั่นใจ)

แล้วปกติต่อเดือนชั้นต้องใช้เท่าไหร่ (เอ้อ ก็แล้วแต่)

แล้วอัพเดทสมุดบัญชีบ้างไหม (สมุดบัญชีอยู่ไหน)

แล้วเงินในกระเป๋าสตางค์มีเท่าไหร่ (ไม่แน่ใจ ขอนับก่อน)

แล้วเงินในแบงค์ล่ะ (ประมาณ สาม เอ้ย หรือสองหมี่นนะ?)

แล้วจะเก็บเงินยังไง (ก็ใช้น้อยๆ เดี๋ยวก็มีเองล่ะ...)

 

...................

โอเคพอกันทีค่ะ ไม่ต้องถามต่อ

ดิชั้นเองก็ได้คำตอบกับเรื่องนี้แล้วว่า

พื้นที่ในด้านการเงินของดิชั้น ก็ช่างรกรุงรังเป็นมรสุมไม่ต่างกับโต๊ะทำงาน

ที่ทำให้ความเป็นไปได้ใดๆก็ไม่สามารถแทรกแซงเข้ามาได้

มิน่าเล่าความเชื่อมั่นถึงได้สั่นคลอน!

 

น่ากลัวมากค่ะ

 

สิ่งต่อไปที่ดิชั้นลงมือกระทำกับชีวิตตัวเองคือ การเคลียร์พื้นที่

ขอเรียกว่า การเตรียมบ้านให้น้องเงินแสน นะคะ

(ในบทความที่แล้วคุณ Knoได้ให้ไอเดียไว้ว่า ให้ลองมองเงินเป็นสิ่งมีชีวิตดู

พอดิชั้นได้ลองแล้วก็รู้สึกว่าเงินน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นมากค่ะ เลยจะขอใช้จากนี้ไป)

 

ในการจัดเตรียมบ้านให้น้องเงินแสนนั้น

ดิชั้นได้วางแผนไว้ในหลายๆส่วน รวมถึงการหว่านพืชหวังผล

ล่อลวงให้ญาติๆของน้องเงินแสนมาอาศัยอยู่ร่วมด้วย

เช่น น้องเงินเก็บ น้องเงินกุบกิบ น้องเงินก้อน (ตระกูลตัว ก.)

หรือ น้องเงินสด น้องเงินแอบ น้องเงินทุน ก็ตามแต่ค่ะ

พอน้องเงินอื่นๆอยู่กันได้สบายใจแล้ว

น้องเงินแสนจะได้ตามมาอยู่ด้วยได้ง่ายขึ้นค่ะ

 

ขอเริ่มด้วยขั้นตอนแรก

 

1. ล้างรถให้น้องเงินสด หมายถึงการจัดกระเป๋าสตางค์ที่เป็นเสมือนยานพาหนะของน้องๆเงิน

 

 

เมื่อเปิดกระเป๋าสตางค์ของดิชั้นออกมา ก็จะพบว่า

ภายในเต็มไปด้วยของต่างๆที่ไม่เกี่ยวกับน้องเงินสดเลย เช่น บัตรลดราคา กระดาษซับมัน กุญแจบ้าน

นามบัตรของลูกค้า คีย์การ์ด สลิปเอทีเอ็มจำนวนมาก ใบเสร็จจำนวนมากๆ ปากกา ยางลบ (!?)

กระเป๋านั้นที่ดูตุงและดูเหมือนเป็นของมนุษย์ผู้ร่ำรวยด้วยเงินทอง

แต่อันที่จริงแล้วน้องเงินสดเบียดกันตัวแบนอยู่ในซอกเล็กๆเท่านั้นเองค่ะ! ทั้งๆที่ นี่คือรถของเค้า

น่าสงสารมาก

 

การล้างรถให้น้องเงินสดทำให้ดิชั้นได้มองเห็นสภาพความจริงของชีวิต

และสามารถวางแผนล่วงหน้าได้ว่าเงินจำนวนเท่านี้จะใช้ไปได้อีกกี่วันนะคะ

 

 

ดิชั้นนับถือเพื่อนคนหนึ่งที่สามารถบอกได้ว่าแบงค์ยี่สิบ 2 ใบนี้ได้รับการทอนมาจากอะไร

รวมถึงว่าในกระเป๋ามีแบงค์อะไรอยู่บ้าง เป็นจำนวนเท่าไหร่ โดยไม่ต้องเปิดดู

สำหรับคนที่ทำได้อยู่แล้วในชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ

ดิชั้นว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆที่ไม่ธรรมดานะคะ

เพราะสิ่งนี้มันเป็นการแสดงถึงวินัยและความรับผิดชอบกับชีวิตการเงินตัวเองที่ยิ่งใหญ่ทีเดียวค่ะ

 

ดิชั้นก็ขอตั้งเป้าว่าจะมีสติกับน้องเงินสดทุกๆวันในการใช้จ่าย

จนกลายเป็นนิสัยที่เป็นธรรมชาติให้ได้ค่ะ

 

 

 

เพิ่งผ่านไปได้ข้อเดียวแต่ดิชั้นก็ได้ตระหนักว่าบทความนี้ชักจะกินพื้นที่มากขึ้นๆทุกที

เลยต้องขอคั่นกลางไว้ก่อน ไว้คราวหน้าดิชั้นจะเขียนเรื่องการเตรียมบ้านให้น้องเงินแสนในขั้นต่อไปนะคะ

ขอบอกว่าเป็นการผจญภัยด้านการเงินที่ดิชั้นเองไม่เคยพบมาก่อนเลยทีเดียว

 

ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ

ขอให้สนุกกับการดูแลน้องเงินของคุณนะคะ

Bejuk

 

The Journey to Wealth

11.07.09

ขอบคุณสำหรับบทความสนุกๆ

ขอบคุณสำหรับบทความสนุกๆ และจะเฝ้ารอขั้นตอนที่ 2 อย่างใจจดจ่อนะครับ : )

สู้ค่ะคุณมิรุ!

สู้ค่ะคุณมิรุ! มาสู้ด้วยกันนะคะ

สู้ๆ นะ miru เก็บด้วย

สู้ๆ นะ
miru เก็บด้วย แต่เดี๋ยวขอคิดคำนวณก่อนอีกที อิอิ
'u'

ชอบเสียงตอบรับ 2 อันนี้ครับ

ชอบเสียงตอบรับ 2 อันนี้ครับ 555 :)

- บ้าไปแล้วแกบ้าไปแล้ว

- เหรอลูก ดีๆๆ (แล้วก็ยิ้มอ่อนโยนแต่แววตาดูไม่ค่อยเชื่อ)

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ

CAPTCHA
กรุณาพิมพ์อักษรในรูปภาพเพื่อป้องกันการส่งข้อความสแปม
Image CAPTCHA
กรอกตัวอักษรในรูปโดยไม่เว้นวรรค