วันนี้เช้าเดินเข้าออฟฟิศมาก็ได้พบเจอคุณพี่อินทีเรียสาวข้างบ้าน (เป็นผู้ที่share officeเดียวกัน)
เดินมาด้วยใบหน้ามุ่งมั่น พร้อมกล่าวว่า
เบลล์ ชั้นขอร้องเลยนะ
/ ทำไมคะคุณพี่
ก่อนจะทำอะไร เก็บโต๊ะก่อน รกม๊าก!! แล้วนี่อะไร ที่สุมๆนั่นอะไร ขยะรึเปล่าเนี่ย
/ ไม่ขยะนะ ของเค้าา เค้าใช้ นั่นก็ของลูกค้า
งั้นก็เก็บเลย ชั้นเห็นมันกองมานานแล้ว โอ๊ยย ห้องนี้
/ โหย ไม่ได้อะ ต้องรีบปั่นงานส่งภายในสิบโมงเนี่ย
เก็บก่อนๆ เชื่อชั้น แล้วจะทำงานได้ดีขึ้น
/ ... งืออออออ T_T
ไม่ต้องมางือๆ!!!
(สิ้นจากคำขาดนั้นดิชั้นก็กุลีกุจอเก็บข้าวของลงลิ้นชักและโต้ะใกล้เคียงโดยใช้เวลาประมาณสิบนาทีถ้วน)
แปลกมากที่เวลาโต๊ะทำงานมันโล่งๆ
ก็จะรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นจริงๆนะคะ
แม้เรื่องที่พี่สาวใจดีออฟฟิศข้างๆได้ให้เป็นบทเรียน จะไม่เกี่ยวข้องกับความมั่งคั่งเสียทีเดียว
แต่มันก็มีประเด็นที่ทำให้ฉุกคิดอยู่เหมือนกันนะคะ
เวลาคนเราทำงานท่างกลางโต๊ะที่รกรุงรัง ก็มักจะทำงานได้ช้าลงเพราะหาอะไรไม่เจอ
หรือแม้แต่ไฟล์ในคอมพิวเตอร์ ถ้าดิชั้นไม่ได้จัดเข้าที่นานๆเข้า เครื่องจะยิ่งช้าลงค่ะ
หรือเอาง่ายๆเวลาที่ตู้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยผ้ากองกันรกๆ ดิชั้นก็จะรู้สึกว่าไม่มีอะไรจะใส่ (ทั้งๆที่มันก็กองอยู่เต็มตู้!!)
อย่ากระนั้นเลย
แล้วเรื่องการเก็บเงินเพื่อความมั่งคั่งของดิชั้นล่ะ!? ต้องการการเคลียร์พื้นที่ด้วยหรือไม่?
โอเคมันเกี่ยวข้องกันอย่างนี้ล่ะคะ
คราวนี้ก็ขอกล่าวย้อนถึงเรื่องโครงการเก็บเงินมูลค่า 8,500 บาทต่อเดือนเสียหน่อย
หลังจากได้ประกาศกร้าวไปในบทความคราวก่อน (ว่าดิชั้นจะเริ่มสร้างวินัยในการออมเงิน
และทำให้เกิดเงินแสนก้อนแรกที่นอนนิ่งในธนาคารก่อนเดือนกรกฎาคม 2553)
ดิชั้นก็ได้ทำการประกาศแต่ไม่กร้าวมาก กับหลายๆคนในชีวิตด้วยว่า
นี่ๆ ชั้นจะหัดเก็บเงินให้ได้เดือนละ 8,500 นะ
เสียงตอบรับที่น่ายินดีส่วนใหญ่ก็จะเป็นดังนี้
เออ ตอนนี้มีเงินกินข้าวรึเปล่าเหอะ
เก็บด้วยดิ อยากเก็บตังค์เหมือนกัน
ถ้าเก็บเดือนละแปดพันห้าจะอยู่ยังไงคะ ไม่ซื้ออะไรเหรอ
กิ๊บก็เก็บนะ เก็บเดือนละหมี่น ตัดไปเลยตอนได้เงินมาอะ เวิร์คนะ
บ้าไปแล้วแกบ้าไปแล้ว
เหรอลูก ดีๆๆ (แล้วก็ยิ้มอ่อนโยนแต่แววตาดูไม่ค่อยเชื่อ)
ผลตอบรับก็แนวๆนี้นะคะ หลากหลายกันไป
แต่ในระหว่างอาทิตย์จิตใจของดิชั้นก็เริ่มสั่นหวั่นไหวอย่างไรบอกไม่ถูก
จู่ๆก็มีเสียงในหัวสมองถามว่ามันจะ Possible หรือเปล่ากับเป้าหมายนี้
เลยทำการถาม-ตอบตัวเองเช่นเคย เพื่อให้เกิดการบรรลุขึ้นนะคะ
ทำไมถึงคิดว่าเป็นไปไม่ได้ล่ะ (ไม่รู้สิ ไม่มั่นใจ)
แล้วปกติต่อเดือนชั้นต้องใช้เท่าไหร่ (เอ้อ ก็แล้วแต่)
แล้วอัพเดทสมุดบัญชีบ้างไหม (สมุดบัญชีอยู่ไหน)
แล้วเงินในกระเป๋าสตางค์มีเท่าไหร่ (ไม่แน่ใจ ขอนับก่อน)
แล้วเงินในแบงค์ล่ะ (ประมาณ สาม เอ้ย หรือสองหมี่นนะ?)
แล้วจะเก็บเงินยังไง (ก็ใช้น้อยๆ เดี๋ยวก็มีเองล่ะ...)
...................
โอเคพอกันทีค่ะ ไม่ต้องถามต่อ
ดิชั้นเองก็ได้คำตอบกับเรื่องนี้แล้วว่า
พื้นที่ในด้านการเงินของดิชั้น ก็ช่างรกรุงรังเป็นมรสุมไม่ต่างกับโต๊ะทำงาน
ที่ทำให้ความเป็นไปได้ใดๆก็ไม่สามารถแทรกแซงเข้ามาได้
มิน่าเล่าความเชื่อมั่นถึงได้สั่นคลอน!
น่ากลัวมากค่ะ
สิ่งต่อไปที่ดิชั้นลงมือกระทำกับชีวิตตัวเองคือ การเคลียร์พื้นที่
ขอเรียกว่า การเตรียมบ้านให้น้องเงินแสน นะคะ
(ในบทความที่แล้วคุณ Knot ได้ให้ไอเดียไว้ว่า ให้ลองมองเงินเป็นสิ่งมีชีวิตดู
พอดิชั้นได้ลองแล้วก็รู้สึกว่าเงินน่ารักน่าเอ็นดูขึ้นมากค่ะ เลยจะขอใช้จากนี้ไป)
ในการจัดเตรียมบ้านให้น้องเงินแสนนั้น
ดิชั้นได้วางแผนไว้ในหลายๆส่วน รวมถึงการหว่านพืชหวังผล
ล่อลวงให้ญาติๆของน้องเงินแสนมาอาศัยอยู่ร่วมด้วย
เช่น น้องเงินเก็บ น้องเงินกุบกิบ น้องเงินก้อน (ตระกูลตัว ก.)
หรือ น้องเงินสด น้องเงินแอบ น้องเงินทุน ก็ตามแต่ค่ะ
พอน้องเงินอื่นๆอยู่กันได้สบายใจแล้ว
น้องเงินแสนจะได้ตามมาอยู่ด้วยได้ง่ายขึ้นค่ะ
ขอเริ่มด้วยขั้นตอนแรก
1. ล้างรถให้น้องเงินสด หมายถึงการจัดกระเป๋าสตางค์ที่เป็นเสมือนยานพาหนะของน้องๆเงิน
เมื่อเปิดกระเป๋าสตางค์ของดิชั้นออกมา ก็จะพบว่า
ภายในเต็มไปด้วยของต่างๆที่ไม่เกี่ยวกับน้องเงินสดเลย เช่น บัตรลดราคา กระดาษซับมัน กุญแจบ้าน
นามบัตรของลูกค้า คีย์การ์ด สลิปเอทีเอ็มจำนวนมาก ใบเสร็จจำนวนมากๆ ปากกา ยางลบ (!?)
กระเป๋านั้นที่ดูตุงและดูเหมือนเป็นของมนุษย์ผู้ร่ำรวยด้วยเงินทอง
แต่อันที่จริงแล้วน้องเงินสดเบียดกันตัวแบนอยู่ในซอกเล็กๆเท่านั้นเองค่ะ! ทั้งๆที่ นี่คือรถของเค้า
น่าสงสารมาก
การล้างรถให้น้องเงินสดทำให้ดิชั้นได้มองเห็นสภาพความจริงของชีวิต
และสามารถวางแผนล่วงหน้าได้ว่าเงินจำนวนเท่านี้จะใช้ไปได้อีกกี่วันนะคะ
ดิชั้นนับถือเพื่อนคนหนึ่งที่สามารถบอกได้ว่าแบงค์ยี่สิบ 2 ใบนี้ได้รับการทอนมาจากอะไร
รวมถึงว่าในกระเป๋ามีแบงค์อะไรอยู่บ้าง เป็นจำนวนเท่าไหร่ โดยไม่ต้องเปิดดู
สำหรับคนที่ทำได้อยู่แล้วในชีวิตประจำวันอย่างเป็นธรรมชาติ
ดิชั้นว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆที่ไม่ธรรมดานะคะ
เพราะสิ่งนี้มันเป็นการแสดงถึงวินัยและความรับผิดชอบกับชีวิตการเงินตัวเองที่ยิ่งใหญ่ทีเดียวค่ะ
ดิชั้นก็ขอตั้งเป้าว่าจะมีสติกับน้องเงินสดทุกๆวันในการใช้จ่าย
จนกลายเป็นนิสัยที่เป็นธรรมชาติให้ได้ค่ะ
เพิ่งผ่านไปได้ข้อเดียวแต่ดิชั้นก็ได้ตระหนักว่าบทความนี้ชักจะกินพื้นที่มากขึ้นๆทุกที
เลยต้องขอคั่นกลางไว้ก่อน ไว้คราวหน้าดิชั้นจะเขียนเรื่องการเตรียมบ้านให้น้องเงินแสนในขั้นต่อไปนะคะ
ขอบอกว่าเป็นการผจญภัยด้านการเงินที่ดิชั้นเองไม่เคยพบมาก่อนเลยทีเดียว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ
ขอให้สนุกกับการดูแลน้องเงินของคุณนะคะ
Bejuk
The Journey to Wealth
11.07.09





ขอบคุณสำหรับบทความสนุกๆ
ขอบคุณสำหรับบทความสนุกๆ และจะเฝ้ารอขั้นตอนที่ 2 อย่างใจจดจ่อนะครับ : )
สู้ค่ะคุณมิรุ!
สู้ค่ะคุณมิรุ! มาสู้ด้วยกันนะคะ
สู้ๆ นะ miru เก็บด้วย
สู้ๆ นะ
miru เก็บด้วย แต่เดี๋ยวขอคิดคำนวณก่อนอีกที อิอิ
'u'
ชอบเสียงตอบรับ 2 อันนี้ครับ
ชอบเสียงตอบรับ 2 อันนี้ครับ 555 :)
- บ้าไปแล้วแกบ้าไปแล้ว
- เหรอลูก ดีๆๆ (แล้วก็ยิ้มอ่อนโยนแต่แววตาดูไม่ค่อยเชื่อ)
แสดงความคิดเห็น